• พิกัดรอบตัว

กระบี่ กรุงเทพมหานคร กาญจนบุรี กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร ขอนแก่น จันทบุรี จุดอันตราย ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ชัยภูมิ ชุมพร ตรัง ตราด ตาก นครนายก นครปฐม นครพนม นครราชสีมา นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ นนทบุรี นราธิวาส น่าน บอกกล่าว บุรีรัมย์ ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี ปักหมุด ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา พะเยา พังงา พัทลุง พิกัดข่าว พิจิตร พิษณุโลก ภูเก็ต มหาสารคาม มุกดาหาร ยะลา ยโสธร ระนอง ระยอง ราชบุรี ร้อยเอ็ด ร้านจำหน่ายสินค้า ร้านอาหาร ลพบุรี ลำปาง ลำพูน ศรีสะเกษ สกลนคร สงขลา สตูล สถานที่ท่องเที่ยว สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระบุรี สระแก้ว สิงห์บุรี สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี สุรินทร์ สุโขทัย หนองคาย หนองบัวลำภู หน่วยงาน และบริการ อำนาจเจริญ อื่นๆ อุดรธานี อุตรดิตถ์ อุทัยธานี อุบลราชธานี อ่างทอง เชียงราย เชียงใหม่ เพชรบุรี เพชรบูรณ์ เลย แพร่ แม่ฮ่องสอน โรงแรมที่พัก

Posts Mentioning RSS Toggle Comment Threads | Keyboard Shortcuts

  • Mr.WhereThai 07:00 on 01/01/2010 ปักหมุด สถานที่ท่องเที่ยว       ลิงค์พิกัดนี้   |  Log in to leave a Comment  
    พิกัด14.1478,100.5243

    ศูนย์ศิลปาชีพระหว่างประเทศ 

    ชื่อภาษาอังกฤษว่า The Support Arts and Crafts International Centre of Thailand หรือ SACICT (อ่านว่า “ศักดิ์สิทธิ์” ในภาษาไทย) ตั้งอยู่บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา เลขที่ 59 ม.4 ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร มีพื้นที่ประมาณ 45 ไร่ ติดกับพื้นที่ของศูนย์ศิลปาชีพบางไทร สถานที่แห่งนี้เป็นองค์การมหาชนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด ็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมายุครบ 6 รอบ วันที่ 12 สิงหาคม 2547 ดำเนินการโดยมิได้มุ่งหวังผลกำไร มุ่งผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านเป็นที่นิยมแพร่หลายทั้งในและต ่างประเทศ ประกอบด้วยอาคารใหญ่ 4 ชั้น ชื่อว่าศาลาพระมิ่งมงคล จัดแสดงสินค้าและนิทรรศการศิลปะหัตถอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก รวมทั้งชิ้นงานที่ผ่านการประกวดจากทั่วประเทศ ส่วนอาคารเล็ก ชื่อว่า อาคารตลาดศิลปาชีพ จัดจำหน่ายสินค้าศิลปหัตถกรรมจาก 76 จังหวัด เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 10.00-18.00 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://www.sacict.com หรือโทร. 0 3536 7054-9

     
  • Mr.WhereThai 07:00 on 01/01/2010 ปักหมุด สถานที่ท่องเที่ยว       ลิงค์พิกัดนี้   |  Log in to leave a Comment  
    พิกัด14.1906,100.5165

    ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร 

    ประวัติความเป็นมา พระราชกรณียกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ คือการเสด็จพระราชดำเนินตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทรงเยี่ยมราษฎรในทุ กแห่งหน ทั่วทุกภาคของประเทศไทยพระราชกรณียกิจนี้ ได้ทรงปฏิบัติติดต่อกันมานานนับเป็นระยะเวลาหลายสิบปีแล้ว จึงทำให้ทรงเห็นสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริงของราษฎรว่ามีความทุกข์สุขอย่างไร ที่ทรงเป็นห่วงมากก็คือ ความยากจนของราษฎรจึงทรงมีพระราชประสงค์จะจัดหาอาชีพให้ราษฎรทำ เพื่อเพิ่มพูนรายได้ให้เพียงพอแก่การยังชีพ ในภาวะปัจจุบัน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงสนพระทัยในงานฝีมือพื้นบ้านหรือศิลปกรรมพื้นบ้านที่จัดทำ ขึ้นโดยใช้วัสดุในท้องถิ่นมาก พระองค์จึงส่งเสริมในเรื่องนี้โดยการจัดให้มีครูออกไปฝึกสอนราษฎรเป็นการช่ว ยปรับปรุงคุณภาพ ของงานให้ดียิ่งขึ้น เมื่อราษฎรมีความชำนาญแล้วผลงานที่ผลิตออกมา ก็จะทรงรับซื้อไว้ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ซึ่งงานนี้ต่อมาได้ขยายออกเป็น มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 21กรกฏาคม 2519 และได้ทรงจัดตั้งโรงฝึกอบรมศิลปาชีพขึ้นแห่งแรกที่พระตำหนักสวนจิตรลดา ในวันฉัตรมงคลปี 2523 สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯให้นายธานินทร์ กรัยวิเชียร รองประธานกรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ สรรหาที่ดินที่ใกล้เคียงกับพระราชวังบางปะอินเพื่อจัดตั้งศูนย์ศิลปาชีพอีกแห่งหนึ่ง นายธานินทร์ กรัยวิเชียร จัดหาที่ดินได้ 2 แปลง เป็นที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงกรุณา โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้รัฐบาลจัดการปฏิรูปที่ดินเพื่อให้ราษฎรผู้ยากไร้ได้มีที่อยู่และทำมาหากินตามอัตภาพ แปลงหนึ่งอยู่ที่อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก อีกแปลงหนึ่งอยู่ที่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ล้นเกล้าฯ ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรที่ดินแปลงที่อยู่ที่อำเภอบางไทรด้วยพระองค์เอง ซึ่งที่ดินแปลงนี้มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 750ไร่เศษ และทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยว่าสมควรจะสร้างศูนย์ศิลปาชีพ ณ ที่นี้ วันที่ 3 มิถุนายน 2523 รัฐบาลได้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินแปลงนี้แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 4 รอบ และรัฐบาลยังได้มีมติให้หน่วยราชการต่าง ๆ สนับสนุนโครงการของศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจัดตั้งขึ้นโดยมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเป็นผู้รับผิดชอบในด้านการดูแลสถา นที่และการฝึกอบรม และมีหน่วยทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ มาช่วยดูแลในด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย และประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการจัดฝึกอบรมศิลปาชีพเรื่อยมา และมีการซื้อที่ดินเพิ่มเติมอีก 200 ไร่เศษ รวมเป็นเนื้อที่ของศูนย์ฯ ทั้งหมดเกือบ 1,000ไร่ในปัจจุบัน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จพระราชดำเนินเปิดศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2527 สิ่งที่น่าสนใจ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเนื้อที่ประมาณ 1,000ไร่ ภายในศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ ประกอบด้วยสถานที่และสิ่งที่น่าสนใจหลายแห่งอาทิ ศาลาพระมิ่งขวัญ เป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ จตุรมุขสูง 4 ชั้น ตั้งตระหง่านอยู่กลางศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ชั้นล่าง เป็นศูนย์สาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ ของศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ และศูนย์ศิลปาชีพอื่น ๆ ทั่วประเทศ ชั้นที่ 2 และ ชั้นที่ 3 เป็นนิทรรศการผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพชิ้นยอดเยี่ยมของศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ ชั้นที่ 4 เป็นห้องประชุมสัมนา เปิดให้ชมทุกวัน วันธรรมดา 09.00 – 17.00 น. วันหยุดราชการ 09.00 – 18.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม หมู่บ้านศิลปาชีพ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ให้การสนับสนุนหมู่บ้านแห่งนี้ให้แก่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ เพื่อเป็นสถานที่แสดงถึงสถาปัตยกรรม ในการสร้างบ้านเรือนของคนไทยภาคต่าง ๆ การจำลองชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมไทยจากทั่วประเทศ ภายในหมู่บ้านมีการสาธิตวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไทย ๆ ในแต่ละภาค และการสาธิตงานศิลปาชีพ เปิดให้ชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น. ในวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00 -19.00 น. นอกจากนี้ยังมีการแสดงนาฏศิลป์ และการละเล่นพื้นบ้านทั้ง 4 ภาคให้ชมด้วยในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์วันละ 1 รอบ ระหว่างเวลา 16.30 -17.30 น. นอกจากนี้หมู่บ้านศิลปาชีพบางไทรยังมีความยินดีที่จะนำเสนอพิธีมงคลสมรสแบบประเพณีไทยโบราณภาคกลางโดยกัดกิจกรรมตามประเพณีไทยสมบูรณ์แบบ เช่น พิธีสงฆ์ ขบวนแห่ขันหมาก พิธีหลั่งน้ำสังข์ ตกแต่งสถานที่ เสียงดนตรี – เพลงบรรเลงตลอดงาน อาหารและน้ำดื่มแขกญาติ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมู่บ้านศิลปาชีพ 0 3536 6666-7, 0 9132 0303 คุณอัจฉรา) อาคารฝึกอบรมศิลปาชีพ ตั้งอยู่บริเวณใจกลางของศูนย์ฯประกอบด้วยอาคารฝึกอบร มศิลปาชีพของแผนกต่าง ๆ ปัจจุบันทางศูนย์ได้เปิดอบรมศิลปาชีพด้านหัตถกรรมพื้นบ้านและอาชีพเสริมให้ก ับเกษตรกรจากทุกภูมิภาคของประเทศรวมทั้งสิ้น 29 แผนกซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมวิธีการฝึกอบรมศิลปาชีพของศูนย์ฯได้ทุก ขั้นตอนและการผลิตงาน ศิลปาชีพ ที่มีความประณีตวิจิตรซึ่งต้องใช้เวลาอันยาวนานเพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ท ี่มีคุณภาพ เปิดให้ชมทุกวัน เวลา 09.00- 16.00 น. ยกเว้นช่วงที่ปิดรุ่นการฝึกอบรม พระโพธิสัตว์กวนอิมพันพระหัตถ์ นายถู เจี๋ย ในนามของประชาชนชาวจีน ได้น้อมเกล้าฯ ถวายพระรูปพระโพธิสัตว์กวนอิม พันพระหัตถ์ซึ่งแกะสลักจากไม้ จันทน์เหลือง สูง 6 เมตร จำนวน1 องค์ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษาครบ 6 รอบ และทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้นำมาประดิษฐานไว้ ณ พระตำหนักชั่วคราว ศาลาโรงช้าง ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ เพื่อให้ประชาชนที่มีจิตเลื่อมใสศรัทธาในพระโพธิสัตว์กวนอิม ได้มานมัสการ และสักการะบูชา ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น. พระตำหนัก เป็นเรือนไทยภาคกลางใต้ถุนสูงสร้างโดยวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นมีความสวย งามตามแบบฉบับเรือนไทยดั้งเดิม พระตำหนักนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับพักผ่อนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระ บรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอทุกพระองค์ พระตำหนักนี้แวดล้อม ไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับและน้ำตกจำลองที่สวยงาม วังปลา จัดสร้างและดำเนินงานโดยกรมประมง เป็นสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืด ตัวอาคารหลักมีตู้กระจกขนาดใหญ่ จำนวน 2 ตู้ ตู้ใหญ่รูปเมล็ดถั่วมีขนาดความจุ 1,400 ตัน อีกตู้หนึ่งทรงกลมขนาดความจุ 600 ตัน ภายในตู้จะแสดงให้เห็นถึงการอยู่อาศัยร่วมกันของปลาน้ำจืดชนิดต่าง ๆ ที่เป็นปลาพื้นเมืองของไทย เปิดให้ชม เวลา 10.00 – 16.00 น. ปิดทุกวันจันทร์และวันอังคาร สวนนก ดำเนินงานโดยมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่า และพรรณพืชแห่งประเทศไทย ในพระราชินูปถัมภ์ สวนนกเป็นกรงนกขนาดใหญ่ 2 กรง ภายในมีนกพันธุ์ที่หาชมได้ยากมากกว่า 30 ชนิด มีการจัดสภาพแวดล้อมภายในให้เหมือนธรรมชาติ อาทิ น้ำตกและธารน้ำจำลอง มีป่าจำลองที่ร่มรื่นใกล้เคียงกับธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีสะพานแขวนให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้น ไปชม และถ่ายภาพนกจากด้านบนของกรงได้อย่างชัดเจน และบริเวณรอบ ๆกรงนกยังมีสัตว์ป่าอื่น ๆ ให้ชมอีกด้วย เปิดใหชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 -19.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20บาท เด็ก 10 บาท ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30–17.00 น. วันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30–18.00 น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย ผู้ใหญ่ 50บาท เด็ก 20บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท เที่ยวชมภายในหมู่บ้านศิลปาชีพฯ “วังปลา” พิพิธภัณฑ์ปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อาคารฝึก อบรมงานศิลปาชีพ “ศาลาพระมิ่งขวัญ” ซึ่งเป็นอาคารจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพของนักเรียนศิลปาชีพ สักการะบูชาพระโพธิสัตว์กวนอิมฯ ณ ศาลาโรงช้าง และนั่งรถไฟเล็ก ได้โดยไม่เสียค่าบริการสอบถามรายละเอียดที่ประชาสัมพันธ์ศูนย์ศิลปาชีพบางไท ร โทร. 0 3536 6252-4, 0 3528 3246-9 หรือ http://www.bangsaiarts.com การเดินทาง 1.เส้นทางที่ 1 ทางหลวงหมายเลข 9 (ถ.วงแหวนตะวันตก) จากแยกทางหลวง 344(อ.บางบัวทอง) ซึ่งมาได้จาก จ.สุพรรณบุรี -ตลิ่งชัน หรือปทุมธานี ผ่านแยกต่างระดับสามโคก-ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา-เลี้ยวซ้ายทางแยกบ่อส ่า-เดินรถ ตรงจนถึงศูนย์ฯ 2. เส้นทางที่ 2 ทางหลวงหมายเลข 306 ถ.ติวานนท์) จากห้าแยกปากเกร็ด-ผ่านแยกสวนสมเด็จ-ผ่านแยกปากคลองรังสิต-ผ่าน แยกบางพูน-เลี้ยวขวาที่แยกเทคโนฯปทุมธานีเข้าทางหลวงหมายเลข 347 (ปทุมธานี-บางปะหัน) ผ่านแยก เชียงรากน้อย-เลี้ยวซ้ายทางต่างระดับเชียงรากน้อยเดินรถทางตรงผ่านแยกบ่อส่า -กลับรถใต้สะพานแม่น้ำ เจ้าพระยา-เลี้ยวซ้ายทางแยกบ่อส่า-เดินรถตรงมาจนถึงศูนย์ 3.เส้นทางที่ 3 ทางด่วนสายปากเกร็ดบางปะอิน-ลงทางด่วนบางปะอินตรงผ่านแยกบ่อส่า-กลับรถใต้สะ พานแม่น้ำเจ้าพระยา- เลี้ยวซ้ายทางแยกบ่อส่า-เดินรถตรงมาจนถึงศูนย์ฯ 4. เส้นทางที่ 4 ทางหลวงหมายเลข 1 (ถ.พหลโยธิน) จากรังสิตหรือภาคเหนือหรือภาคอีสาน-ผ่านแยกต่างระดับบางปะอิน เข้าทางหลวงหมายเลข 9 (ถ.วงแหวนตะวันตก) -ตรงผ่านแยกต่างระดับเชียงรากน้อย- เดินรถทางตรงผ่านแยกบ่อส่า- กลับรถใต้สะพานแม่น้ำเจ้าพระยา-เลี้ยวซ้ายทางแยกบ่อส่า-เดินรถตรงมาจนถึงศูน ย์ 5. เส้นทางที่ 5 ทางหลวงเอเชีย จาก อ.บางปะหัน-อยุธยา มาตามทางหลวงหมายเลข 347(ปทุมธานี-บางปะหัน) -ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา-แยกต่างระดับเชียงรากน้อยเลี้ยวขวา-เดินรถทา งตรงผ่านแยกบ่อส่ากลับรถใต้สะพานแม่น้ำเจ้าพระยา-เลี้ยวซ้ายทางแยกบ่อส่า-เด ินรถตรงมาจนถึงศูนย์ฯ 6. เส้นทางที่ 6 ทางหลวงหมายเลข 3309 (บางปะอินเชียงรากน้อย) จากทางหลวงสายเอเชีย หรืออยุธยา ผ่านหน้าโรงงานกระดาษบางปะอิน-ลอดใต้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา-เลี้ยวซ้ายทา งแยกท่าน้ำบางไทร- เดินรถตรงมาจนถึงศูนย์ฯ

     
  • Mr.WhereThai 07:00 on 01/01/2010 ปักหมุด สถานที่ท่องเที่ยว       ลิงค์พิกัดนี้   |  Log in to leave a Comment  
    พิกัด14.2047,100.3133

    วัดสุทธาวาส วิปัสสนา 

    ตั้งอยู่ที่บ้านตะพังโคลน หมู่ 4 ตำบลลาดบัวหลวง อำเภอลาดบัวหลวง เดิมเรียกว่าวัดตะพังโคลน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2492 พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบ อาคารเสนาสนะต่าง ๆ สำหรับปูชนียวัตถุสำคัญมี พระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 9 องค์ ที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก ทรงประธานให้กับวัดเมื่อวันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2547 และมีพระประธานในพระอุโบสถ วัดสุทธิวาส วิปัสสนา เจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลทุกวันอาทิตย์เวลา 16.09 น. และมีการสอนกรรมฐานปฎิบัติธรรมแก่ชาวไทยและชาวต่างชาติ ทุกเดือนตลอดทั้งปี สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เจ้าอาวาสวัดสุทธาวาส วิปัสสนา โทร. 08 4707 2354, 08 1190 5757 หรือ http://www.sitsuthawas.com

     
  • Mr.WhereThai 07:00 on 01/01/2010 ปักหมุด สถานที่ท่องเที่ยว       ลิงค์พิกัดนี้   |  Log in to leave a Comment  
    พิกัด14.2296,100.5771

    วัดนิเวศธรรมประวัติ 

    ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตรงข้ามกับพระราชวังบางปะอิน หลังจากเที่ยวชมพระราชวังบางปะอิน นักท่องเที่ยวสามารถนั่งกระเช้าข้ามแม่น้ำไปเยี่ยมชมวัดนี้ได้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สร้างวัดนี้เมื่อ พ.ศ.2419 เพื่อใช้เป็นที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆ ขณะเสด็จประทับที่พระราชวังบางปะอิน วัดนี้มีลักษณะพิเศษคือ มีการตกแต่งเป็นแบบตะวันตกพระอุโบสถคล้ายกับโบสถ์ฝรั่งในศาสนาคริสต์ มีหลังคายอดแหลมและช่องหน้าต่างเจาะโค้งแบบโกธิค ผนังอุโบสถเหนือหน้าต่างด้านหน้าพระประธานประดับกระจกสีเป็นพระบรมฉายาลักษณ ์ของรัชกาลที่ 5 ฐานชุกชีที่ประดิษฐานพระประธาน “พระพุทธนฤมลธรรโมภาส”ทำเหมือนที่ตั้งไม้กางเขนในโบสถ์คริสต์ศาสนา ด้านขวามือของพระอุโบสถนั้นมีหอประดิษฐานพระคันธารราฐซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืน ปางขอฝน ตรงข้ามกับหอพระคันธารราฐเป็นหอประดิษฐานพระพุทธรูปศิลาเก่าแก่ปางนาคปรกอัน เป็นพระพุทธรูปสมัยลพบุรีฝีมือช่างขอมอายุเก่านับพันปี พระนาคปรกนี้อยู่ติดกับต้นพระศรีมหาโพธิ์ใหญ่ที่แผ่กิ่งไปทั่วบริเวณหน้าพระ อุโบสถ ถัดไปไม่ไกลนักมีสวนหิน”ดิศกุลอนุสรณ์”ซึ่งรวบรวมหินชนิดต่างๆ เช่น หินปูน หินทราย หินกรวด หินชนวน และยังเป็นสถานที่บรรจุอัฐิของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และอัฐิของเจ้าจอมมารดาชุ่ม พระสนมเอกในรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นพระมารดาของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และมีอัฐิของเจ้านายราชสกุลดิศกุลอีกหลายองค์

     
  • Mr.WhereThai 07:00 on 01/01/2010 ปักหมุด สถานที่ท่องเที่ยว       ลิงค์พิกัดนี้   |  Log in to leave a Comment  
    พิกัด14.2365,100.5805

    วัดชุมพลนิกายาราม 

    อยู่บริเวณหัวเกาะตรงสะพานข้ามไปยังสถานีรถไฟบางปะอิน ตำบลบางเลน ด้านเหนือติดกับพระราชวังบางปะอิน ด้านตะวันตกติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา สมเด็จพระเจ้าปราสาททองโปรดเกล้าฯให้สร้างวัดนี้ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2175 บริเวณเคหสถานเดิมของพระราชชนนีของพระองค์ ต่อมาขุนหลวงท้ายสระซึ่งผนวชอยู่ที่วัดโคกแสงได้เสด็จมาปฏิสังขรณ์ในครั้งกระนั้น และต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ได้รับการปฏิสังขรณ์อีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ.2406 ดังมีพระกระแสพระราชปรารภอยู่ในศิลาจารึกซึ่งติดอยู่ที่พระเจดีย์ทั้งสององค ์หลังพระอุโบสถ (แต่ปัจจุบันอ่านไม่ออกเพราะลบเลือน) ในสมัยรัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2451) ได้ทรงปฏิสังขรณ์ ทรงซ่อมพระอุโบสถและพระวิหาร พระประธานปูนปั้นหินทรายในพระอุโบสถทั้ง 7 พระองค์และมีพระประวัติจารึกแผ่นศิลาติดอยู่ตามผนังพระอุโบสถด้วยทุกพระองค์ ในพระอุโบสถมีภาพเขียนพระพุทธประวัติ หอระฆังด้านใต้พระอุโบสถมีระฆังขนาดใหญ่และเสียงดังมาก

     
  • Mr.WhereThai 07:00 on 01/01/2010 ปักหมุด สถานที่ท่องเที่ยว       ลิงค์พิกัดนี้   |  Log in to leave a Comment  
    พิกัด14.2473,100.5354

    วัดลาดระโหง (ศูนย์วิปัสสนาภาษาอังกฤษ) 

    ตั้งอยู่ที่ตำบลวัดยม อำเภอบางปะอิน เป็นวัดที่มีพระอาจารย์ผู้มีประสบการณ์การสอนฝึกสมาธิวิปัสสนาแก่ชาวต่างชาต ิทั้งในเอเชีย ยุโรป อเมริกา เป็นเวลานานหลายปี โดยมีการฝึกสมาธิทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ พระครูเกษมวุฒิกร เจ้าอาวาสวัดลาดระโหง โทร. 08 1852 9005, 03525 5000 โทรสาร 0 3529 0211E-mail: sjsati@yahoo.com, noblemagga@hotmail.com

     
  • Mr.WhereThai 07:00 on 01/01/2010 ปักหมุด สถานที่ท่องเที่ยว       ลิงค์พิกัดนี้   |  Log in to leave a Comment  
    พิกัด14.2699,100.58

    พระราชวังบางปะอิน อยู่ห่างจากเกาะเมืองมาทางทิศใต้ประมาณ 18 กิโลเมตร ประวัติความเป็นมาตามพระราชพงศาวดารกล่าวว่า พระเจ้าปราสาททองเป็นผู้สร้างพระราชวังแห่งนี้ เนื่องจากบริเวณเกาะบางปะอินเป็นที่ประสูติของพระองค์และเป็นเคหสถานเดิมของ พระมารดาซึ่งเป็นหญิงชาวบ้านที่สมเด็จพระเอกาทศรถทรงพบเมื่อครั้งเสด็จพระรา ชดำเนินโดยเรือพระที่นั่งแล้วเรือเกิดล่มตรงเกาะบางปะอิน พระเจ้าปราสาททองทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างวัดขึ้นบนเกาะบางปะอินตรงบริ เวณเคหสถานเดิมของพระมารดาในปี พ.ศ. 2175 พระราชทานชื่อว่า “วัดชุมพลนิกายาราม” และให้ขุดสระน้ำสร้างพระราชนิเวศน์ขึ้นกลางเกาะเป็นที่สำหรับเสด็จประพาส แล้วสร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งที่ริมสระน้ำนั้นพระราชทานนามว่า พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอิน ได้รับการบูรณะฟื้นฟูอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างพระที่นั่งองค์หนึ่งสำหรับเป็นที่ประทับ มีเรือนแถวสำหรับฝ่ายในและมีพลับพลาริมน้ำ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ขึ้น ดังที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบันนี้ ซึ่งยังคงใช้เป็นที่ประทับและต้อนรับพระราชอาคันตุกะและพระราชทานเลี้ยงรับร องในโอกาสต่าง ๆ เป็นครั้งคราว พระราชวังบางปะอินแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ เขตพระราชฐานชั้นนอกและเขตพระราชฐานชั้นใน เขตพระราชฐานชั้นนอกใช้เป็นที่สำหรับการออกมหาสมาคมและพระราชพิธีต่างๆ ส่วนเขตพระราชฐานชั้นในใช้เป็นที่ประทับส่วนพระองค์

     
  • Mr.WhereThai 07:00 on 01/01/2010 ปักหมุด สถานที่ท่องเที่ยว       ลิงค์พิกัดนี้   |  Log in to leave a Comment  
    พิกัด14.2833,100.5761

    ตลาดโก้งโค้ง (บ้านแสงโสม) 

    ตั้งอยู่ที่ บ้านแสงโสม หมู่ 5 ถนนบางปะอิน-วัดพนัญเชิง (ติดวัดบ้านเลน) ตำบลขนอนหลวง หรืออยู่ห่างจากตัวอำเภอพระนครศรีอยุธยา 11 กิโลเมตร เป็นตลาดโบราณย้อนยุคที่น่าสนใจแห่งหนึ่งเรียกว่า ” บ้านแสงโสม” ลักษณะเป็นบ้านเรือนไทยหมู่ใหญ่ คงความเป็นสถาปัตยกรรมไทยโบราณ และสามารถสัมผัสกับบรรยากาศเก่าๆ แบบสมัยกรุงศรีอยุธยา และพบกับวิถีชีวิตของไทยในอดีตที่ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาเพืออนุรักษ์วัฒนธรรมไทย บริเวณบ้านแสงโสม ในอดีตเป็นด่านขนอน (ด่านเก็บภาษีในอดีต) และเป็นสถานที่ที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้านานาชนิด ทั้งที่เป็นสินค้าชุมชนและสินค้าที่มาจากต่างเมือง ส่วนคำว่า ตลาดโก้งโค้ง นั้น เป็นคำที่ใข้เรียกตลาดในสมัยโบราณที่เคยมีคู่กับกรุงศรีอยุธยามาเป็นเวลานาน โดยคนขายสินค้าจะนั่งขายสินค้าอยู่บนพื้นดิน ดังนั้นคนที่มาซี้อสินค้าจะต้อง โก้งโค้ง เพื่อเลือกดูสินค้าที่ตนสนใจ โดยอากัปกริยาโก้งโค้งของคนไทยนั้น ทำได้สุภาพ นุ่มนวล เป็นกิริยาที่แสดงถึงความอ่อนน้อมถ่อมตน ภายในตลาด จำหน่ายพืช ผัก ผลไม้ปลอดสารพิษจากสวนชุมชน สินค้าอุปโภคบริโภค อาหารคาว-หวานนานาชนิด โดยพ่อค้าแม่ค้าจะแต่งกายชุดไทยย้อนยุค เปิดบริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น. สอบถามเพื่มเติม โทร. 0 3572 8286, 08 9107 8443 การเดินทาง จากถนนสายเอเซีย (ทางหมายเลข 32) เลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอบางปะอิน ตรงไปถึงสี่แยกไฟแดง แล้วเลี้ยวขวา (บางปะอินสายใน) ผ่านสถานีรถไฟบางปะอินตรงไปประมาณ 8 กิโลเมตร

     
  • Mr.WhereThai 07:00 on 01/01/2010 ปักหมุด สถานที่ท่องเที่ยว       ลิงค์พิกัดนี้   |  Log in to leave a Comment  
    พิกัด14.3233,100.4255

    วัดบางนมโค 

    ตั้งอยู่ตำบลบางนมโค อำเภอเสนา เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เดิมชื่อวัดนมโคเนื่องจากชาวบ้านบริเวณนั้นมีการเลี้ยงวัวควายกันมากกว่าที่ อื่น เมื่อครั้งเกิดสงครามกับพม่า พม่าได้มาตั้งค่ายอยู่ที่ตำบลสีกุกใกล้บริเวณวัดและได้ถือโอกาสมากวาดต้อนวั วควายจากชาวบ้านบางนมโคเอาไปเป็นเสบียงเลี้ยงกองทัพ ในที่สุดกรุงศรีอยุธยาก็เสียแก่พม่า ภายหลังจึงได้มีการบูรณะวัดขึ้นใหม่ชาวบ้านก็มีการเลี้ยงวัวควายกันอยู่มาก จึงเรียกกันว่าวัดบางนมโค วัดบางนมโคมีเนื้อที่ประมาณ 24 ไร่่ 21 วา 4 งาน เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโตองค์ใหญ่

     
  • Mr.WhereThai 07:00 on 01/01/2010 ปักหมุด สถานที่ท่องเที่ยว       ลิงค์พิกัดนี้   |  Log in to leave a Comment  
    พิกัด14.3371,100.5779

    หมู่บ้านญี่ปุ่น 

    ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะเรียน เมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่ 16 ชาวต่างประเทศเข้ามาค้าขายใน กรุงศรีอยุธยามีจำนวนมากขึ้น ทางการญี่ปุ่นได้อนุญาตให้ชาวญี่ปุ่นเดินเรือออกไปค้าขายกับชาวต่างชาติในบร รดาพวกที่ไปค้าขายมีพวกหนึ่งเดินทางมายังกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าแผ่นดินไทยมีพระบรมราชานุญาตให้ชาวญี่ปุ่น มาตั้งหลักแหล่งในกรุงศรีอยุธยารอบนอกเกาะเมืองเหมือนชาติอื่น ๆ นับตั้งแต่นั้นมาก็มีชาวญี่ปุ่นเข้ามาอาศัยอยู่ในอยุธยามากขึ้น โดยมีหัวหน้าปกครองในกลุ่มตน หัวหน้าชาวญี่ปุ่นในขณะนั้นคือ นากามาซา ยามาดา เป็นผู้มีอำนาจและเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม จนได้รับแต่งตั้งเป็นออกญาเสนาภิมุขรับราชการต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเม ืองนครศรีธรรมราชจนสิ้นชีวิต ปัจจุบันสมาคมไทย-ญี่ปุ่นได้สร้างหุ่นจำลอง นากามาซา ยามาดา และจารึกประวัติศาสตร์ความเป็นมาของหมู่บ้านญี่ปุ่นในสมัยกรุงศรีอยุธยามาตั ้งไว้ภายในหมู่บ้าน มีอาคารจัดแสดงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยากับต่างประเทศ แบ่งออกเป็นอาคาร 9 ส่วน ประกอบด้วยบอร์ดนิทรรศการ การจัดแสดงสิ่งของและวีดีทัศน์ 3 ภาษาเปิดเวลา 08.30-16.30 น. ค่าเข้าชมคนไทย 20 บาทสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3524 5336 การเดินทาง จากเจดีย์วัดสามปลื้มเลี้ยวซ้ายทางไปอำเภอบางปะอินผ่านวัดใหญ่ชัยมงคล ระยะทางประมาณ 2.5 ก.ม.

     
c
compose new post
j
next post/next comment
k
previous post/previous comment
r
reply
e
edit
o
show/hide comments
t
go to top
l
go to login
h
show/hide help
esc
cancel