พุทธสถานจีเต็กลิ้ม ตั้งอยู่ที่ บ้านบางหอย ต.ศรีจุฬา เป็นที่ประดิษฐานของ เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี้ย (เทพเจ้าแห่งโชคลาภ) ปางมหาเศรษฐีชัมภลหรือที่เรียกว่าปางมหาราช หล่อด้วยโลหะขนาดฐานกว้าง 2 เมตร ลักษณะสมบูรณ์ สมส่วน น่าเลื่อมใส ซึ่งชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพนับถือว่าเป็นเทพเจ้าทีให้คุณทา งด้านโชคลาภ ทรัพย์สมบัติ และการค้าขาย โดยในการจัดงานฉลองวันตรุษจีน 222 ปีที่เยาวราช เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 ที่ผ่านมานั้น ได้มีการอัญเชิญรูปหล่อเทพเจ้าแห่งโชคลาภไฉ่ซิ่งเอี้ย ไปให้ประชาชนสักการะบูชาทำให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีรูปหล่อพระโพธิสัตว์และเทพเจ้าต่างๆ อาทิ พระโพธิสัตว์กวนอิม เทพเจ้ากวนอู เป็นต้น เปิดให้เข้าชมทุกวันเสาร์-อาทิตย์
Posts Mentioning RSS Toggle Comment Threads | Keyboard Shortcuts
-
Mr.WhereThai
-
Mr.WhereThai
หมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับ คลอง 15
จากอาชีพเสริมสู่อาชีพหลัก ในอดีตชาวบ้านย่านคลอง 15 ตำบลคลองใหญ่และตำบลบางปลากด อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ประกอบอาชีพทำนาเป็นอาชีพหลัก และได้พัฒนาปรับเปลี่ยนท้องทุ่งให้เป็นแปลงปลูกไม้ดอกไม้ประดับ และขยับขยายพื้นที่ปลูกจนปัจจุบันพื้นที่สองฟากฝั่งถนนคลอง 15 หนาแน่นด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด และสร้างอาชีพใหม่ให้กับชาวบ้านจนกลายเป็นอาชีพหลักสร้างรายได้ให้กับเกษตรก รคลอง 15 ชาวองครักษ์ จ ุดเด่นของหมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับ คือ เป็นที่รวบรวมพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับหลากชนิดนานาพรรณ ซึ่งนับว่าเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีให้คัดสรรทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ บอนไซ ไม้ถัก ไม้ล้อม และอุปกรณ์ในการจัดสวนในราคาขายส่ง มีร้านจำหน่ายพันธุ์ไม้ทั่วทุกภาคในประเทศมาซื้อจากที่นี่ไปขายต่อ หรือหากมีโอกาสได้แวะเวียนมาท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ นักท่องเที่ยวที่หลงใหลในสีสันของพันธุ์ไม้ไม่ควรพลาดที่จะแวะชมไม้ประดับ เลือกไม้ดอก คัดไม้ล้อมเพื่อปลูกให้ร่มเงาเพิ่มความสุขและสดชื่นให้กับบ้าน หรือสถานที่ทำงาน หรือจะเลือกซื้อเป็นของฝาก ของขวัญมอบให้ในโอกาสพิเศษก็มีไม้มงคลให้เลือกมากมาย จากซุ้มประตูเข้าสู่ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับด้วยระยะทางกว่า 8 กิโลเมตร สองฟากฝั่งเลียบคลอง 15 ประดับประดาด้วยสีสันของไม้ประดับสลับกับไม้ดอกที่แบ่งสรรปันส่วนจัดสวนอย่า งเป็นระเบียบสวยงาม นักท่องเที่ยวหัวใจหลากสีจะเลือกชมเลือกซื้อพรรณไม้นานาชนิดไปประดับตกแต่งบ้านเรือนตั้งแต่ราคาเรือนบาทถึงเรือนหมื่น พร้อมอุปกรณ์จัดสวน หากเป็นนักจัดสวนมือใหม่สอบถามข้อมูลเรื่องพันธุ์ไม้และการปลูกดูแลรักษาจาก เจ้าของสวนได้โดยตรง หรือเลือกไม้ดอกไม้ประดับไม้มงคลเป็นของฝากแวะชมได้ตลอดแนวคลอง 15 และบริเวณใกล้เคียงริมเส้นทางสายรังสิต – นครนายก เป็นแหล่งเพาะพันธุ์พืชทั้งไม้ดอกไม้ประดับต่างๆ นับว่าที่นี่เป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิดที่เพาะชำ ทาบกิ่ง ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่จัดส่งไปยังแหล่งจำหน่ายต่าง ๆ ทั่วประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีบอนไซ ไม้ถัก ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถแวะชมและเลือกซื้อได้ในราคาขายส่ง และที่ศูนย์สาธิตการตลาดหมู่ 11 ซึ่งตั้งอยู่ในที่ทำการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสันติธรรมสามัคคี (บริเวณสวนป้าผาด) มีวัสดุเพาะชำต้นไม้ขายในราคาถูกหาไม่ยากจากปากคลองตรงไปตามถนนเรื่อยๆ ถึงวัดสันติธรรมราษฎร์บำรุง เลี้ยวขวาไปประมาณ 4.5 กิโลเมตร
-
Mr.WhereThai
ศาลเจ้าพ่อองครักษ์ ตั้งอยู่ฝั่งแม่น้ำนครนายก ในเขตตำบลสันทรายมูล มีเรื่องเล่าว่าเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลย ์ราชสมบัติ ได้เสด็จประพาสจังหวัดปราจีนบุรีโดยเสด็จผ่านมาตามลำแม่น้ำนครนายก และได้มาประทับแรมบริเวณที่ตั้งศาลเจ้าพ่อองครักษ์ในปัจจุบัน ในระหว่างประทับแรมอยู่นั้นนายทหารราชองครักษ์ป่วยและเสียชีวิตลง จึงทรงมีพระราชประสงค์ให้สร้างศาลขึ้นเป็นอนุสรณ์ ศาลแห่งนี้จึงมีชื่อเรียกว่า “ศาลเจ้าพ่อองครักษ์” และใช้เป็นชื่อของอำเภอองครักษ์ในเวลาต่อมา บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อองครักษ์นี้เป็นวังน้ำวน น้ำไหลเชี่ยวมาก ถือว่าน้ำตรงวังน้ำวนเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์จึงนำไปทำพิธีสรงน้ำมูรธาภิเษกเมื่ อคราวประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุล ยเดช รัชกาลปัจจุบัน
-
Mr.WhereThai
เมืองโบราณดงละคร
ตั้งอยู่ที่ตำบลดงละคร ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 9 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 3076 เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 6.3 กิโลเมตร ผ่านวัดเจดีย์ทอง และเลี้ยวไปทางเดียวกับวัดดงละคร แต่เดิมเรียกกันว่า “เมืองลับแล” เป็นสถานที่ตั้งเมืองโบราณสมัยทวารวดีและขอม เนินดินดงละครหรือดงใหญ่มีเนื้อที่ประมาณ 6 ตารางกิโลเมตร ภายในมีเมืองโบราณหรือดงเล็ก ลักษณะเป็นรูปไข่อยู่ค่อนไปทางทิศตะวันตกของเนินดิน มีคันดินเป็นกำแพง 2 ชั้นชาวบ้านเรียกกันว่า “สันคูเมือง” และมีคูน้ำล้อมรอบ ลักษณะเดียวกับเมืองโบราณทั่วไปในสมัยทวารวดี ภายในเมืองน่าจะเป็นที่อยู่อาศัยของชนชั้นปกครอง ส่วนประชาชนทั่วไปน่าจะกระจายอยู่ในบริเวณที่ลุ่มรอบเมือง ความรุ่งเรืองที่เด่นชัดแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกเริ่มพุทธศตวรรษที่ 14-16 เป็นวัฒนธรรมแบบทวารวดี ช่วงที่สองราวพุทธศตวรรษที่ 17-19 เป็นวัฒนธรรมขอม และวัฒนธรรมก่อนอยุธยา พุทธศตวรรษที่ 19 ชาวบ้านดงละครคงจะอพยพไปตั้งถิ่นฐานตามลำน้ำสายหลักในจังหวัดนครนายก สันนิษฐานว่าน่าจะมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับเมืองศรีมโหสถที่จังหวัดปราจีนบุ รี เพราะเมืองทั้งสองอยู่ห่างกันเพียง 55 กิโลเมตร โบราณวัตถุที่ค้นพบบริเวณโบราณสถาน ได้แก่ เศษภาชนะดินเผา ภาชนะเคลือบสีฟ้า ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน เบี้ยดินเผา แผ่นตะกั่ว ตุ้มหูสำริด แผ่นทองคำ เศียรพระพุทธรูปกะไหล่ทอง สถูปศิลาแลง แหวนสำริด กำไลสำริด เป็นต้นสำหรับตำนานเมืองนั้นเล่ากันว่า เมืองนี้เคยเป็นเมืองของราชินีขอมซึ่งเป็นที่รโหฐานผู้อื่นไม่สามารถเข้าออก ได้ง่ายนัก ประกอบกับลักษณะของบริเวณเมืองมีต้นไม้สูงขึ้นอยู่ทั่วไปใครเข้าไปแล้วอาจหา ทางออกไม่ได้ จะต้องวนเวียนอยู่ในดงนั้นเอง และวันโกนวันพระจะได้ยินเสียง กระจับปี่ ซอ ปี่พาทย์ มโหรีขับกล่อมคล้ายๆ กับมีการเล่นละครในวัง ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า “ดงละคร” หรืออีกนัยหนึ่งคำว่า “ดงละคร” นั้นอาจเพี้ยนมาจาก”ดงนคร” กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478
-
Mr.WhereThai
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านไทยพวนวัดฝั่งคลอง
ตั้งอยู่ตำบลปากพลี ริมทางหลวงหมายเลข 33 พิพิธภัณฑ์นี้เป็นที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ของชาวไทยพวนในอดีตอายุราว 200 ปี เช่น ผ้าซิ่นไทยพวน โม่หิน ถังต้มกาแฟโบราณ อุปกรณ์ในการทำนา เครื่องมือในการทอผ้า เป็นต้น นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดยังมีกลุ่มทอผ้าพื้นเมือง และทำไข่เค็มสูตรใบเตยหอม
-
Mr.WhereThai
หลวงพ่อเศียรนคร (วัดบุญนาค) ประดิษฐานอยู่ ณ วัดบุญนาครักขิตาราม (วัดต่ำ) ตำบลนครนายก เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจังหวัดนครนายกให้ความเคารพศรัทธา สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยพระร่วง ขุดพบเมื่อ พ.ศ. 2495 บริเวณโรงกลั่นสุราจังหวัดนครนายก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้วัดนางหงษ์ ตำบลท่าช้าง โดยขุดพบแต่เศียรไม่มีองค์ และได้นำไปไว้ที่โรงเรียนนายกพิทยา (ปัจจุบันยุบไปแล้ว) ต่อมานำไปประดิษฐานที่วัดบุญนาครักขิตาราม ในปี พ.ศ. 2511 มีผู้ศรัทธาสร้างองค์พระและโบสถ์ถวาย และถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “หลวงพ่อเศียรนคร” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
-
Mr.WhereThai
ศาลหลักเมือง
เป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดปทุมธานี ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าศาลากลางจังหวัด เป็นศาลาแบบจตุรมุขยอดปรางค์ ประดิษฐานเสาหลักเมืองซึ่งมีลักษณะคล้ายก้านดอกบัวหลวงทำจากไม้ชัยพฤกษ์ และมีรูปหล่อพระนารายณ์สี่กรทรงเหนือหลังนกฮูกและพระวิษณุหล่อด้วยสัมฤทธิ์ ด้านหลังของมณฑปบรรจุพระยอดธงวัดไก่เตี้ย อีกทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายประกอบด้วยเครื่องรางของขลังที่รวบรวมมาจากวั ดต่างๆ ในจังหวัดปทุมธานี
-
Mr.WhereThai
วัดใหญ่ทักขิณาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านใหญ่ ริมแม่น้ำนครนายก จากตัวเมืองเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 3049 แล้วเลี้ยวขวาเข้าบ้านใหญ่ วัดใหญ่ทักขิณารามเป็นวัดเก่าแก่กล่าวกันว่าชาวเวียงจันทน์ได้อพยพมาเมื่อคร ั้งเกิดสงครามลาวกับฝรั่งเศส ชาวเวียงจันทน์แพ้สงครามจึงอพยพลงมาทางใต้ และมีกลุ่มหนึ่งมาตั้งหลักแหล่งอยู่ในเขตอำเภอเมืองนครนายก เรียกว่า “บ้านใหญ่ลาว” และได้สร้างวัดขึ้นในปี พ.ศ. 2323 เรียกว่า “วัดใหญ่ลาว” ในปี 2484 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดใหญ่ทักขิณาราม สิ่งที่สำคัญในวัดคือ พระอุโบสถซึ่งมีขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 10.15 เมตร สูง 10 เมตร มีกำแพงแก้วล้อมรอบ สร้างโดยช่างชาวเวียงจันทน์ ลักษณะพระอุโบสถเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้อง ก่ออิฐถือปูน บานประตูเป็นไม้แกะสลักกรอบด้านขวามือเป็นรูปยักษ์ถือกระบองชูขึ้น และเท้าบั้นเอว หน้าบันเป็นไม้แกะสลักรูปเทพพนม กำแพงแก้วมีซุ้มประตูโค้งเลียนแบบศิลปะตะวันออก มีทหารสวมหมวกแต่งกายแบบยุโรปถือกระบองเป็นทวารบาลด้านละ 2 คน ปกติโบสถ์ไม่เปิดถ้าประสงค์จะเข้าชมติดต่อขออนุญาตได้ที่เจ้าอาวาส
-
Mr.WhereThai
อ่างเก็บน้ำวังบอน ตั้งอยู่บ้านวังบอน หมู่ที่ 7 ตำบลนาหินลาด จากตัวเมืองนครนายกใช้ทางหลวงหมายเลข 33 เลี้ยวซ้ายก่อนถึงอำเภอปากพลี (เส้นทางไปน้ำตกวังม่วง) ระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร บริเวณรอบอ่างเก็บน้ำเป็นพื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ซึ่งยังคงความอุ ดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ และกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว เช่น เดินป่า ดูนก โรยตัวจากหน้าผาชมความงามของน้ำตกธารรัตนา ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พายเรือแคนูชมความงามของน้ำตกวังบอน เป็นต้น สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ชมรมเรารักธรรมชาติอ่างเก็บน้ำวังบอน โทร. 0 7129 4838 ฟังเสียงบรรยายน้ำตกและอ่างเก็บน้ำในจังหวัดนครนายก
-
Mr.WhereThai
อนุสรณ์สถานกองพลทหารญี่ปุ่นที่ 37 (วัดพราหมณี)
อนุสรณ์สถานกองพลทหารญี่ปุ่นที ่ 37 (วัดพราหมณี) ตั้งอยู่ที่วัดพราหมณี ตำบลสาริกา ประมาณกิโลเมตรที่ 5 ทางไปน้ำตกสาริกา-นางรอง สมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา พ.ศ. 2482 – 2488 กองพลทหารญี่ปุ่นที่ 37 เคยมาตั้งทัพอยู่ที่วัดนี้ สมาคมทหารสหายสงครามกองพลญี่ปุ่นที่ 37 จึงสร้างอนุสรณ์สถานขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2532 เพื่อเป็นที่ระลึกถึงดวงวิญญาณของบรรดาทหารสังกัดกองพลญี่ปุ่นที่ 37 จำนวน 7,929 นาย ซึ่งเสียชีวิตในระหว่างสงคราม โดยนำอัฐิที่ฝังอยู่ในบริเวณวัดมาบรรจุในแท่นที่จัดสร้างขึ้น นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดพราหมณียังมีสวนสัตว์จำลอง โดยมีรูปปูนปั้นสัตว์ป่ามากมาย เช่น ช้าง โค กระบือ กระทิง เก้ง กวาง และพระพุทธรูปเก่าแก่ทรงเครื่องดอกพิกุล พระโอษฐ์แดง เล่ากันว่าชาวลาวอพยพได้อัญเชิญมาเมื่อสมัยเวียงจันทน์แตก เรียกกันว่า “พระพุทธรูปปากแดง” เนื่องจากริมฝีปากของพระพุทธรูปมีสีแดงสดเป็นที่เคารพของชาวไทยและชาวต่างชา ติ สอบถามข้อมูล โทร. 0 3738 6166-7








