อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพเป็นโบราณสถานสำคัญที่น่าสนใจศึกษาหาความรู้มากที่ สุดแห่งหนึ่งของเพชรบูรณ์ ได้รับรางวัล Thailand Tourism Award ประจำปี 2543 ประเภทแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโบราณสถานยอดเยี่ยม อุทยานฯมีพื้นที่ครอบคลุมโบราณสถานในเมืองเก่าศรีเทพ ซึ่งมีชื่อเดิมว่า “เมืองอภัยสาลี” สร้างขึ้นในยุคขอมเรืองอำนาจ มีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี เมืองโบราณศรีเทพมีคูน้ำและคันดินล้อมรอบ พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2,889 ไร่ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ เมืองส่วนใน มีพื้นที่ 1,300 ไร่ มีลักษณะเป็นรูปเกือบกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 กิโลเมตร มีช่องทางเข้าออก 6 ช่องทาง พื้นที่ภายในเป็นที่ราบลอนคลื่น มีสระน้ำ หนองน้ำกระจายอยู่ทั่วไป พบซากโบราณสถานกว่า 70 แห่ง บางแห่งได้รับการขุดแต่งบูรณะแล้ว และ เมืองส่วนนอก มีพื้นที่ 1,589 ไร่ มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าต่อกับเมืองส่วนใน ขนาดเป็น 2 เท่าของเมืองส่วนใน มีช่องทางเข้าออก 6 ช่องทาง มีสระน้ำกระจายอยู่ทั่วไป และพบโบราณสถานกระจายอยู่แบบเดียวกัน
Posts Mentioning RSS Toggle Comment Threads | Keyboard Shortcuts
-
Mr.WhereThai
-
Mr.WhereThai
ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ประดิษฐานอยู่ ณ สี่แยกเนินหอม อยู่ห่างจากตัวเมืองปราจีนบุรีไปทางทิศเหนือ ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 320 ประมาณ 9 กิโลเมตร วงเวียนศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจะตั้งอยู่ทางขวามือ ศาลแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในท่าประทับยืน เหตุที่สร้างศาลขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระองค์ท่านในคราวกรีฑาทัพจากกรุงศ รีอยุธยา เพื่อไปปราบนักพระสัฏฐาแห่งเมืองละแวก กัมพูชา พ.ศ. 2132 ระหว่างการเดินทางทัพได้หยุดพักทัพในเขตปราจีนบุรี ประชาชนชาวจังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดใกล้เคียงนิยมมาสักการะบูชาเพื่อเป็น สิริมงคล การเดินทาง จากนครนายกไปตามทางหลวงหมายเลข 33 หลักกิโลเมตรที่ 158 ที่เรียกว่า วงเวียนศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ปากทางเข้าสู่ตัวเมืองปราจีนบุรี
-
Mr.WhereThai
วัดวิเชียรบำรุง ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าโรง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 21 และมีทางแยกเข้าตัวอำเภออีก 7 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายข้างที่ว่าการอำเภอไปอีก 200 เมตร ภายในบริเวณวัดมองเห็นพระนอนสีทององค์ใหญ่อยู่กลางแจ้ง นามว่า พระพุทธไสยาสน์วิเชียรบุรีศรีรัตนมิ่งมงคล มีความยาวประมาณ 50เมตร สูง 5 เมตร หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก องค์พระหล่อด้วยปูนทาสีทอง ภายในองค์พระเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระรากขวัญ (ไหปลาร้า) ด้านหลังองค์พระมีพระบรมราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระสุพรรณกัลยาและสมเด็จพระเอกาทศรถ นอกจากนี้ยังมีเรือมาด (เรือขุดที่มีประทุน) ที่ขุดแต่งจากไม้ตะเคียนทั้งต้น อายุในราวสมัยอยุธยา ที่พบในแม่น้ำป่าสัก อำเภอวิเชียรบุรีตั้งแสดงอยู่ที่วัดนี้
-
Mr.WhereThai
สวนรุกขชาติซับชมภู ตั้งอยู่ที่บ้านซับชมภู หมู่ที่ 8 ตำบลบ้านโภชน์ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่มีพื้นที่ 180 ไร่ เป็นแหล่งความรู้ทางพฤกษศาสตร์มีทั้งป่าไม้เบญจพรรณ สมุนไพรนานาชนิด ภายในสวนรุกขชาติตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับที่สวยงาม มีน้ำตก 3แห่ง ได้แก่ น้ำตกหินงาม น้ำตกไทรงาม และน้ำตกธารงาม การเดินทาง จากจังหวัดเพชรบูรณ์ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 21ผ่านบ้านวังชมภูทางไปอำเภอหนองไผ่ ประมาณกิโลเมตรที่ 156 แล้วแยกขวาเข้าทางสายบ้านโภชน์-วังปลาไปอีกประมาณ 7 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานป่าไม้จังหวัดเพชรบูรณ์ โทร. 0 5671 1446
-
Mr.WhereThai
วัดช้างเผือกตั้งอยู่ที่ตำบลวังชมภู ก่อนถึงตัวเมืองเพชรบูรณ์ประมาณ 24 กิโลเมตร บริเวณปากทางเข้าวัดจะเห็นรูปปั้นช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ ภายในวัดเก็บรักษาสรีระที่ไม่เน่าเปื่อยของพระครูพัชราจารย์ หรือหลวงพ่อทบ บรรจุศพอยู่ในโลงแก้ว เป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดเพชรบูรณ์และผู้ที่เดินทางผ่านไปมา ตามประวัติเล่าว่า หลวงพ่อทบได้ศึกษาวิชาอาคมมาจากเขมร จนเป็นที่เลื่องลือทางด้านเครื่องรางของขลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชื่อเสียงในด้านแคล้วคลาดจากภยันตราย อยู่ยงคงกะพัน ในเดือนมีนาคมจะมีการจัดงานประจำปีครบรอบวันมรณภาพของหลวงพ่อทบเป็นประจำทุก ปี นอกจากนี้บริเวณลานกลางแจ้งยังมีรูปปั้นหลวงพ่อทบให้สักการะบูชา และซากโบสถ์เก่าแก่สมัยอยุธยา อายุกว่า 300 ปี การเดินทาง จากตัวเมืองเพชรบูรณ์ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 21 ลงมาทางทิศใต้ ถึงสามแยกวังชมพูเลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางอำเภอหนองไผ่ อยู่ระหว่างกิโลเมตรที่ 118 ก่อนถึงสามแยกบ้านนายม ซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางเข้าวัดไปอีกประมาณ 700 เมตร
-
Mr.WhereThai
ไร่กำนันจุล ( ฟาร์มสเตย์ )
ไร่กำนันจุล (ฟาร์มสเตย์)ตั้งอยู่กิโลเมตรที ่ 202 ทางหลวงหมายเลข 21 เส้นสระบุรี-หล่มสัก ก่อนถึงตัวเมืองเพชรบูรณ์ 21 กิโลเมตร ใกล้สามแยกวังชมภู เป็นผู้บุกเบิกการทำไร่ส้มเขียวหวานส่งออกขายทั่วประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน รายแรก ๆ ของประเทศไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2479 ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรบนเนื้อที่กว่า 10,000 ไร่ มีลักษณะเป็นสวนเกษตรแบบผสมผสาน มีพื้นที่บ่อปลา 3,000 ไร่ มีสมาชิกเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหม 2,600 ราย ใน 26 จังหวัดของประเทศ มีสวนผลไม้ อาทิ สวนส้ม 1,200 ไร่ 200,000 ต้น มีส้มโชกุน(ส้มเขียวกำนันจุล) 90% ส้มโอ(ขาวกำนันจุล) และ ส้มเช้ง 10% สวนสละพันธุ์หม้อ ที่ปลูกรายใหญ่ที่สุดของประเทศ บนพื้นที่ 200 ไร่ ซึ่งให้ผลผลิตตลอดทั้งปี กิจกรรมท่องเที่ยว 1. ชมประวัติกำนันจุล และการสืบทอดเจตนารมณ์ของคนรุ่นหลัง 2. ชมขั้นตอนการผลิตเส้นไหม ด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัยที่สุดในโลก 3. ชมการเลี้ยงไส้เดือนแบบอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดสารเคมีในสวน 4. ชมสวนสละ และสาธิตวิธีการผสมเกสรสละ 5. ชมการเลี้ยงไหมของเกษตรกร 6. ชมการทำประมงน้ำจืดขนาดใหญ่บนพื้นที่ 3,000 ไร่ 7. ชมสวนส้มโชกุน, ส้มโอ, ส้มเช้ง 8. กิจกรรมการตกปลา กิจกรรม 1 – 4 สามารถชมแบบเช้าไป เย็นกลับได้ กิจกรรม 1 – 8 แบบค้างคืน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณณฤมณ โทร 0 5677 1101 – 4, 08 9960 3481 หรือ http://www.chulthai.com
-
Mr.WhereThai
อุทยานแห่งชาติตาดหมอก
ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบูรณ์ไปทางตะวันออก 37 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ 290 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยผืนป่าอุดมสมบูรณ์บนเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของลำน้ำป่าสักและลำน้ำชีและเป็นพื้นที่ป่ากันชนให้ กับผืนป่าสามแห่ง คือ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตะเบาะ-ห้วยใหญ่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อ พ.ศ. 2541 จัดเป็นอุทยานฯ ลำดับที่ 87 ของประเทศ ภายในบริเวณมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้แก่ จุดชมวิว บริเวณ กม. 3 มองเห็นทิวทัศน์ตัวเมืองเพชรบูรณ์เบื้องล่าง และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก น้ำตกตาดหมอก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 7 กิโลเมตรตามทางรถยนต์และเดินเท้าอีก 1,800 เมตรตามทางเดินเลียบธารลำธาร ช่วงสุดท้ายของทางเดินเป็นทางขึ้นเขาชัน เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ชั้นเดียวไหลลงมาจากหน้าผาสูงเด่น มีความสูง 750 เมตร สภาพป่าโดยรอบเป็นป่าสมบูรณ์เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่นานาชนิด สายน้ำที่ไหลจากตาด (หน้าผา) สูง กระทบสู่พื้นล่างกลายเป็นละอองน้ำ เป็นที่มาของ ชื่อ ” น้ำตกตาดหมอก ” ระหว่างทางเดินพบพรรณไม้ที่น่าสนใจ อาทิ ต้นพระเจ้าห้าพระองค์ ลำพูป่า แสมดำ กล้วยป่า จันทร์เขียว และเฟิร์นชนิดต่าง ๆ น้ำตกสองนาง อยู่ห่างจากลานจอดรถตามเส้นทางเดินเท้าทางเดียวกับน้ำตกตาดหมอก เป็นระยะทาง 2,000 เมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่น่าชมอีกแห่งหนึ่ง มีความสูงทั้งหมด 12 ชั้น นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปชมน้ำตกได้ทุกชั้นภายในหนึ่งวัน แต่ละชั้นมีความสูงระหว่าง 5–100 เมตร อัตราค่าเข้าอุทยานฯ นักท่องเที่ยว ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาทสถานที่พัก และบริการอื่น ๆ อุทยานฯ มีบริการบ้านพักไว้สำหรับนักท่องเที่ยว จำนวน 3 หลัง พักหลังละได้ 5 คน ราคาหลังละ 1,000 บาท และมีเต็นท์ให้เช่าพักแรม พักได้ 2-6 คน ราคา 200–600 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติตาดหมอก ตู้ ป.ณ.4 อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ 67000 โทร. 08 9703 8855 หรือที่ สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯโทร. 0 2562 0760 หรือ http://www.dnp.go.th การเดินทาง จากศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ไปทางทิศตะวันออกตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 2271 ถึงบ้านเฉลียงลับระยะทาง 12 กิโลเมตร ถึงสามแยกเลี้ยวขวาไปทางบ้านน้ำร้อน ตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 2275 ประมาณ 200 เมตร เลี้ยวซ้ายขึ้นอุทยานแห่งชาติตาดหมอก ตามเส้นทาง รพช. (บ้านเฉลียงลับ- ตาดหมอก) ระยะทาง 12 กิโลเมตร ถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เดินทางต่ออีก 7 กิโลเมตร ถึงลานจอดรถ ทางลาดยางตลอดสาย บางช่วงขึ้นเขาสูงชัน จากนั้นเดินเท้าตามทางเลียบลำห้วยอีก 2 กิโลเมตร เพื่อชมความงามน้ำตกตาดหมอก และน้ำตกสองนาง
-
Mr.WhereThai
วัดมหาธาตุ
ตั้งอยู่เชิงสะพานป่าถ่าน ทางทิศตะวันออกของวัดพระศรีสรรเพชญ์ พงศาวดารบางฉบับกล่าวว่าวัดนี้สร้างในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ต่อมาสมเด็จพระราเมศวรโปรดเกล้าฯให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ใต้ฐานพระปรางค์ประธานของวัดเมื่อ พ.ศ.1927 พระปรางค์วัดมหาธาตุถือเป็นปรางค์ที่สร้างในระยะแรกของสมัยอยุธยาซึ่งได้รับ อิทธิพลของปรางค์ขอมปนอยู่ ชั้นล่างก่อสร้างด้วยศิลาแลงแต่ที่เสริมใหม่ตอนบนเป็นอิฐถือปูน สมเด็จพระเจ้าปราสาททองได้ทรงปฏิสังขรณ์พระปรางค์ใหม่โดยเสริมให้สูงกว่าเดิ ม แต่ขณะนี้ยอดพังลงมาเหลือเพียงชั้นมุขเท่านั้น จึงเป็นที่น่าเสียดายเพราะมีหลักฐานว่าเป็นปรางค์ที่มีขนาดใหญ่มากและก่อสร้างอย่างวิจิตรสวยงามมากเมื่อ พ.ศ. 2499 กรมศิลปากรได้ขุดแต่งพระปรางค์แห่งนี้ พบของโบราณหลายชิ้นที่สำคัญ คือ ผอบศิลา ภายในมีสถูปซ้อนกัน 7 ชั้น แบ่งออกเป็น ชิน เงิน นาก ไม้ดำ ไม้จันทร์แดง แก้วโกเมน และทองคำ ชั้นในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและเครื่องประดับอันมีค่า ปัจจุบันพระบรมสารีริกธาตุนำไปประดิษฐานไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา สิ่งที่น่าสนใจในวัดอีกอย่างคือ เศียรพระพุทธรูปหินทราย ซึ่งมีรากไม้ปกคลุมเข้าใจว่าเศียรพระพุทธรูปนี้จะหล่นลงมาอยู่ที่โคนต้นไม้ใ นสมัยเสียกรุงจนรากไม้ขึ้นปกคลุมมีความงดงามแปลกตาไปอีกแบบ การเดินทาง จากกรุงเทพฯ เข้าตัวเมืองอยุธยาแล้วข้ามสะพานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชตรงไปจนถึงสี่แยกไฟแด งที่ 2 เลี้ยวขวาตรงไปไม่ไกลนัก ผ่านบึงพระราม จะเห็นวัดมหาธาตุอยู่ทางซ้ายมือ เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30–16.30 น. อัตราค่าเข้าชม :ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท หรือสามารถซื้อบัตรรวมได้ ชาวไทย 40 บาท ชาวต่างประเทศ 220 บาท โดยบัตรนี้สามารถเข้าชมวัดและพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ ภายในระยะเวลา 30 วัน อันได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังหลวง วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระรามวัดมเหยงค์วัดไชยวัฒนาราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยาชาวไทย 30 บาท ชาวต่างประเทศ 150 บาท และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษมชาวไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 100 บาท หมายเหตุ: ตั้งแต่เวลาประมาณ 19.30-21.00น. จะมีการส่องไฟชมโบราณสถาน
-
Mr.WhereThai
วัดพระแก้วตั้งอยู่ที่ตำบลในเมือง เดิมมีสามวัดตั้งอยู่เรียงกันคือวัดพระสิงห์อยู่ทางทิศเหนือ วัดพระแก้วอยู่ตรงกลาง และวัดพระเสืออยู่ทางทิศใต้ โบราณสถานสำคัญที่น่าชมคือ พระเจดีย์ในวัดพระสิงห์ และพระปรางค์กลีบมะเฟืองที่วัดพระแก้ว มีการขุดพบพระพุทธรูปที่กรมศิลปากรสันนิษฐานว่าสร้างมานานกว่าเจ็ดร้อยปี นอกจากนี้ยังพบกรุ โอ่ง พระพุทธรูปและของสำคัญต่างๆ เช่น เครื่องปั้นดินเผา พระพุทธรูปทองคำเนื้อสัมฤทธิ์ เนื้อเงิน แผ่นทองคำ และพระผงดินเผา แบบสุโขทัย
-
Mr.WhereThai
หอวัฒนธรรมนครบาลเพชรบูรณ์
ตั้งอยู่ตรงข้ามกับศาลหลักเมืองเพชรบูรณ์ หอวัฒนธรรมแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2546 เพื่อเป็นอนุสรณ์ “นครบาลเพชรบูรณ์” เนื่องจากในระหว่าง พ.ศ. 2486-2488 จอมพล ป.พิบูลสงครามได้ออกพระราชกำหนดเพื่อย้ายเมืองหลวงมาอยู่ที่ เพชรบูรณ์ โดยใช้ ชื่อว่า ” นครบาลเพชรบูรณ์ “ด้านนอกอาคารจะมีรูปปั้นฝักมะขามยักษ์สีทองโดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ ภายในตัวอาคารเป็นหอประชุมขนาดใหญ่ และมีการจัดแสดงภาพถ่ายและโบราณวัตถุที่เกี่ยวกับความเป็นมา ประวัติศาสตร์ ประเพณี และศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดเพชรบูรณ์








