<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:ymaps="http://api.maps.yahoo.com/Maps/V2/AnnotatedMaps.xsd">

<channel>
	<title>wherethai.com &#187; พิษณุโลก</title>
	<atom:link href="http://www.wherethai.com/category/province/pitsanulok/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.wherethai.com</link>
	<description>ทุกที่ทั่วไทยล้วนมีพิกัด</description>
	<lastBuildDate>Wed, 11 Jan 2012 02:44:10 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เมืองสองแควหรือเมืองอกแตก</title>
		<link>http://www.wherethai.com/placemark/100046</link>
		<comments>http://www.wherethai.com/placemark/100046#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 05 Jun 2010 15:01:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>suwipada</dc:creator>
				<category><![CDATA[ปักหมุด]]></category>
		<category><![CDATA[พิษณุโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[lat: 16.823636 lng:100.2622356 และ lat: 16.8247333 lng: 100.260132]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wherethai.com/placemark/100046</guid>
		<description><![CDATA[
นมัสการพระพุทธชินราชที่วัดใหญ่ และไหว้ศาลหลักเมืองจังหวัดพิษณุโลก ว่างๆแวะมาเที่ยวได้

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="topsy_widget_data topsy_theme_blue" style="float: left;margin: 5px 10px 0 0; background: url(data:,%7B%20%22url%22%3A%20%22http%253A%252F%252Fwww.wherethai.com%252Fplacemark%252F100046%22%2C%20%22shorturl%22%3A%20%22http%3A%2F%2Fbit.ly%2Fc3D24S%22%2C%20%22style%22%3A%20%22big%22%2C%20%22title%22%3A%20%22%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%81%22%20%7D);"></div>
<p>นมัสการพระพุทธชินราชที่วัดใหญ่ และไหว้ศาลหลักเมืองจังหวัดพิษณุโลก ว่างๆแวะมาเที่ยวได้</p>

<div class="wp_geo_map" id="wp_geo_map_100046" style="width:90%; height:300px;"></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wherethai.com/placemark/100046/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	<georss:point>16.823636 100.2622356</georss:point><geo:lat>16.823636</geo:lat><geo:long>100.2622356</geo:long>	</item>
		<item>
		<title>เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาท่าพล</title>
		<link>http://www.wherethai.com/placemark/2390</link>
		<comments>http://www.wherethai.com/placemark/2390#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 01 Jan 2010 00:00:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mr.WhereThai</dc:creator>
				<category><![CDATA[ปักหมุด]]></category>
		<category><![CDATA[พิษณุโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wherethai.com/placemark/2390</guid>
		<description><![CDATA[
ครอบคลุมเนื้อที่ 1,775 ไร่ ในท้องที่อำเภอเนินมะปราง ห่างจากตัวเมืองพิษณุโลก 85 กิโลเมตร การเดินทางเริ่มจากตัวเมืองพิษณุโลกไปตามทางหลวงหมายเลข 12 ถึงอำเภอวังทองระยะทาง 20 กิโลเมตร แยกขวาไปยังอำเภอสากเหล็กอีก 38 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 11 แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวง 1115 อีก 17 กิโลเมตร ถึงโรงเรียนเนินมะปรางศึกษาวิทยา (ก่อนถึงตัวอำเภอ 2 กิโลเมตร) มีแยกขวาไปถ้ำผาท่าพลอีก 10 กิโลเมตร เส้นทางบางช่วงเป็นทางลูกรัง ในฤดูฝนควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ พื้นที่บริเวณนี้เป็นภูเขาหินปูน ยอดสูงสุด 236 เมตร มีหน้าผาสูงชันเว้าแหว่ง อันเกิดจากการกัดเซาะของน้ำฝนนับหลายล้านปี เกิดเป็นถ้ำต่าง ๆ มากมายทั่วบริเวณ ได้แก่ ถ้ำนเรศวร ถ้ำเรือ ที่มีหินงอกหินย้อยสวยงาม ถ้ำลอด ซึ่งสามารถเดินทะลุไปยังอีกด้านหนึ่งของภูเขาได้ นอกจากนี้ยังพบซากดึกดำบรรพ์ของหอยและปะการัง เนื่องจากบริเวณนี้เคยเป็นท้องทะเลมาก่อน และยังมีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์รูปมือคนบนเพิงผาหิน และอักษรญี่ปุ่นโบราณสลักบนก้อนหิน พรรณไม้และร่องรอยสัตว์ป่าต่าง ๆ ที่มักพบระหว่างทางเดินเท้าศึกษาธรรมชาติ เหมาะแก่การทัศนศึกษาเชิงนิเวศ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อขอข้อมูลได้เจ้าหน้าที่เมื่อเดินทางมาถึงยังสำนัก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="topsy_widget_data topsy_theme_blue" style="float: left;margin: 5px 10px 0 0; background: url(data:,%7B%20%22url%22%3A%20%22http%253A%252F%252Fwww.wherethai.com%252Fplacemark%252F2390%22%2C%20%22style%22%3A%20%22big%22%2C%20%22title%22%3A%20%22%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A5%22%20%7D);"></div>
<p>ครอบคลุมเนื้อที่ 1,775 ไร่ ในท้องที่อำเภอเนินมะปราง ห่างจากตัวเมืองพิษณุโลก 85 กิโลเมตร การเดินทางเริ่มจากตัวเมืองพิษณุโลกไปตามทางหลวงหมายเลข 12 ถึงอำเภอวังทองระยะทาง 20 กิโลเมตร แยกขวาไปยังอำเภอสากเหล็กอีก 38 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 11 แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวง 1115 อีก 17 กิโลเมตร ถึงโรงเรียนเนินมะปรางศึกษาวิทยา (ก่อนถึงตัวอำเภอ 2 กิโลเมตร) มีแยกขวาไปถ้ำผาท่าพลอีก 10 กิโลเมตร เส้นทางบางช่วงเป็นทางลูกรัง ในฤดูฝนควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ พื้นที่บริเวณนี้เป็นภูเขาหินปูน ยอดสูงสุด 236 เมตร มีหน้าผาสูงชันเว้าแหว่ง อันเกิดจากการกัดเซาะของน้ำฝนนับหลายล้านปี เกิดเป็นถ้ำต่าง ๆ มากมายทั่วบริเวณ ได้แก่ ถ้ำนเรศวร ถ้ำเรือ ที่มีหินงอกหินย้อยสวยงาม ถ้ำลอด ซึ่งสามารถเดินทะลุไปยังอีกด้านหนึ่งของภูเขาได้ นอกจากนี้ยังพบซากดึกดำบรรพ์ของหอยและปะการัง เนื่องจากบริเวณนี้เคยเป็นท้องทะเลมาก่อน และยังมีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์รูปมือคนบนเพิงผาหิน และอักษรญี่ปุ่นโบราณสลักบนก้อนหิน พรรณไม้และร่องรอยสัตว์ป่าต่าง ๆ ที่มักพบระหว่างทางเดินเท้าศึกษาธรรมชาติ เหมาะแก่การทัศนศึกษาเชิงนิเวศ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อขอข้อมูลได้เจ้าหน้าที่เมื่อเดินทางมาถึงยังสำนัก งานเขต การเที่ยวชมถ้ำต่าง ๆ ต้องนำไฟฉายติดตัวมาด้วย ในช่วงฤดูฝนถ้ำบางแห่งไม่สามารถเข้าชมได้เนื่องจากมีน้ำท่วมพื้นถ้ำ หากต้องการพักค้างแรมหรือทัศนศึกษาเป็นหมู่คณะติดต่อล่วงหน้าได้ที่ สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาท่าพล หมู่ 6 ต.บ้านมุง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก 65190 โทร. 08 1604 0843, 08 9964 2249 การเดินทาง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาท่าพลห่างจากตัวเมืองพิษณุโลก 85 กิโลเมตร การเดินทางเริ่มจากตัวเมืองพิษณุโลกไปตามทางหลวงหมายเลข 12 ถึงอำเภอวังทองระยะทาง 20 กิโลเมตร แยกขวาไปยังอำเภอสากเหล็กอีก 38 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 11 แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1115 อีก 17 กิโลเมตร ถึงโรงเรียนเนินมะปรางศึกษาวิทยา (ก่อนถึงตัวอำเภอ 2 กิโลเมตร) มีแยกขวาไปถ้ำผาท่าพลอีก 10 กิโลเมตร บางช่วงเป็นทางลูกรัง</p>

<div class="wp_geo_map" id="wp_geo_map_2390" style="width:90%; height:300px;"></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wherethai.com/placemark/2390/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	<georss:point>16.5212 100.641</georss:point><geo:lat>16.5212</geo:lat><geo:long>100.641</geo:long>	</item>
		<item>
		<title>พิพิธภัณฑ์ผ้า มหาวิทยาลัยนเรศวร</title>
		<link>http://www.wherethai.com/placemark/2428</link>
		<comments>http://www.wherethai.com/placemark/2428#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 01 Jan 2010 00:00:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mr.WhereThai</dc:creator>
				<category><![CDATA[ปักหมุด]]></category>
		<category><![CDATA[พิษณุโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wherethai.com/placemark/2428</guid>
		<description><![CDATA[
พิพิธภัณฑ์ผ้า มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดแสดงที่ชั้นสองของอาคารเอนกประสงค์ในมหาวิทยาลัยนเรศวร (ทุ่งหนองอ้อ) ประกอบด้วยห้องจัดแสดงนิทรรศการต่าง ๆ จัดแสดงผ้า ผลิตภัณฑ์จากผ้า ที่นำมาจากแหล่งต่าง ๆ ของประเทศไทยและต่างประเทศ ผ้าและวิถีชีวิตของชาวไทยครั่ง มีบริการข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับการวิจัยและเอกสารเกี่ยวกับการผลิต การศึกษาเรื่องผ้าประเภทต่าง ๆ รวมทั้งจัดแสดงชุดฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถซึ่งพระราชทานแก่มหาวิทยาลัยนเรศวร รวมทั้งจำหน่ายผ้าพื้นเมือง ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด ระหว่างเวลา 8.30 &#8212; 16.30 น.) โทร. 0 5526 1000-4 หรือชมเว็บไซต์ http://www.thaitextilemuseum.com การเดินทาง มหาวิทยาลัยนเรศวรอยู่ก่อนถึงตัวเมืองประมาณ 10 กม. ริมทางหลวงหมายเลข 117 (สายนครสวรรค์-พิษณุโลก) ด้านขวามือ ฟังเสียงบรรยาย พิพิธภัณฑ์ผ้า

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="topsy_widget_data topsy_theme_blue" style="float: left;margin: 5px 10px 0 0; background: url(data:,%7B%20%22url%22%3A%20%22http%253A%252F%252Fwww.wherethai.com%252Fplacemark%252F2428%22%2C%20%22style%22%3A%20%22big%22%2C%20%22title%22%3A%20%22%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%9C%E0%B9%89%E0%B8%B2%20%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%A3%22%20%7D);"></div>
<p>พิพิธภัณฑ์ผ้า มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดแสดงที่ชั้นสองของอาคารเอนกประสงค์ในมหาวิทยาลัยนเรศวร (ทุ่งหนองอ้อ) ประกอบด้วยห้องจัดแสดงนิทรรศการต่าง ๆ จัดแสดงผ้า ผลิตภัณฑ์จากผ้า ที่นำมาจากแหล่งต่าง ๆ ของประเทศไทยและต่างประเทศ ผ้าและวิถีชีวิตของชาวไทยครั่ง มีบริการข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับการวิจัยและเอกสารเกี่ยวกับการผลิต การศึกษาเรื่องผ้าประเภทต่าง ๆ รวมทั้งจัดแสดงชุดฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถซึ่งพระราชทานแก่มหาวิทยาลัยนเรศวร รวมทั้งจำหน่ายผ้าพื้นเมือง ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด ระหว่างเวลา 8.30 &#8212; 16.30 น.) โทร. 0 5526 1000-4 หรือชมเว็บไซต์ <a href="http://www.thaitextilemuseum.com" rel="nofollow">http://www.thaitextilemuseum.com</a> การเดินทาง มหาวิทยาลัยนเรศวรอยู่ก่อนถึงตัวเมืองประมาณ 10 กม. ริมทางหลวงหมายเลข 117 (สายนครสวรรค์-พิษณุโลก) ด้านขวามือ ฟังเสียงบรรยาย พิพิธภัณฑ์ผ้า</p>

<div class="wp_geo_map" id="wp_geo_map_2428" style="width:90%; height:300px;"></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wherethai.com/placemark/2428/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	<georss:point>16.7509 100.1934</georss:point><geo:lat>16.7509</geo:lat><geo:long>100.1934</geo:long>	</item>
		<item>
		<title>วัดจุฬามณี</title>
		<link>http://www.wherethai.com/placemark/2439</link>
		<comments>http://www.wherethai.com/placemark/2439#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 01 Jan 2010 00:00:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mr.WhereThai</dc:creator>
				<category><![CDATA[ปักหมุด]]></category>
		<category><![CDATA[พิษณุโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wherethai.com/placemark/2439</guid>
		<description><![CDATA[
ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 325 (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตร 34&#8211;35 ตำบลบางช้าง เป็นวัดโบราณริมฝั่งคลองอัมพวาต่อเนื่องกับคลองผีหลอก วัดนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาทท อง สันนิษฐานว่า ท้าวแก้วผลึก (น้อย) นายตลาดบางช้าง ต้นวงศ์ราชินิกุลบางช้างเป็นผู้สร้างขึ้น บริเวณหลังวัดเดิมเป็นนิวาสสถานของคุณนาค (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 1) และคุณบุญรอด (สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 2) ฟังเสียงบรรยาย อำเภออัมพวา

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="topsy_widget_data topsy_theme_blue" style="float: left;margin: 5px 10px 0 0; background: url(data:,%7B%20%22url%22%3A%20%22http%253A%252F%252Fwww.wherethai.com%252Fplacemark%252F2439%22%2C%20%22style%22%3A%20%22big%22%2C%20%22title%22%3A%20%22%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%AC%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B8%B5%22%20%7D);"></div>
<p>ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 325 (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตร 34&#8211;35 ตำบลบางช้าง เป็นวัดโบราณริมฝั่งคลองอัมพวาต่อเนื่องกับคลองผีหลอก วัดนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาทท อง สันนิษฐานว่า ท้าวแก้วผลึก (น้อย) นายตลาดบางช้าง ต้นวงศ์ราชินิกุลบางช้างเป็นผู้สร้างขึ้น บริเวณหลังวัดเดิมเป็นนิวาสสถานของคุณนาค (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 1) และคุณบุญรอด (สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 2) ฟังเสียงบรรยาย อำเภออัมพวา</p>

<div class="wp_geo_map" id="wp_geo_map_2439" style="width:90%; height:300px;"></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wherethai.com/placemark/2439/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	<georss:point>16.7878 100.2248</georss:point><geo:lat>16.7878</geo:lat><geo:long>100.2248</geo:long>	</item>
		<item>
		<title>สวนนกไทยศึกษา</title>
		<link>http://www.wherethai.com/placemark/2443</link>
		<comments>http://www.wherethai.com/placemark/2443#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 01 Jan 2010 00:00:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mr.WhereThai</dc:creator>
				<category><![CDATA[ปักหมุด]]></category>
		<category><![CDATA[พิษณุโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wherethai.com/placemark/2443</guid>
		<description><![CDATA[
สวนนกไทยศึกษา เปิดให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปเข้าชมแหล่งอนุรักษ์เรียนรู้นกที่พบใน เมืองไทย ซึ่งบางชนิดหายาก และใกล้จะสูญพันธุ์ และบางชนิดได้สูญพันธุ์ไปแล้ว อาทิ นกเปล้าหน้าแดง ที่มีความสะดุดตา นกเงือกชนหินหน้าตาคล้ายสัตว์ดึกดำบรรพ์ คอเปลือย ไม่มีขน ผมบนหัวทรงพั้งค์ และเป็นตัวเดียวในประเทศไทย รวมทั้งทางสวนนกไทยศึกษาได้รวบรวมนกในวรรณคดีไทย เช่น นกขมิ้น นกโพระดก นกกาเหว่า นกสาลิกาเขียว และนกขุนแผน รวมทั้งนกอื่นๆ อีกหลายชนิดที่สามารถเลียนเสียงมนุษย์และมีเสียงร้องที่ไพเราะ รวมทั้งสิ้นประมาณ 120 ชนิด ทั้งภายในบริเวณสวนนกไทยศึกษายังมีความร่มรื่นด้วยต้นไม้หลากหลายพันธ์ เพื่อให้นกได้อยู่อาศัยใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น. อัตราค่าเข้าชมผู้ใหญ่คนละ 50 บาท เด็ก 20 บาท สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สวนนกไทยศึกษา เลขที่ 26/43 ถ.วิสุทธิ์กษัตริย์ ซอย 17 อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000 โทรศัพท์ / โทรสาร 0 5521 2540 ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี หรือดูรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="topsy_widget_data topsy_theme_blue" style="float: left;margin: 5px 10px 0 0; background: url(data:,%7B%20%22url%22%3A%20%22http%253A%252F%252Fwww.wherethai.com%252Fplacemark%252F2443%22%2C%20%22style%22%3A%20%22big%22%2C%20%22title%22%3A%20%22%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%22%20%7D);"></div>
<p>สวนนกไทยศึกษา เปิดให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปเข้าชมแหล่งอนุรักษ์เรียนรู้นกที่พบใน เมืองไทย ซึ่งบางชนิดหายาก และใกล้จะสูญพันธุ์ และบางชนิดได้สูญพันธุ์ไปแล้ว อาทิ นกเปล้าหน้าแดง ที่มีความสะดุดตา นกเงือกชนหินหน้าตาคล้ายสัตว์ดึกดำบรรพ์ คอเปลือย ไม่มีขน ผมบนหัวทรงพั้งค์ และเป็นตัวเดียวในประเทศไทย รวมทั้งทางสวนนกไทยศึกษาได้รวบรวมนกในวรรณคดีไทย เช่น นกขมิ้น นกโพระดก นกกาเหว่า นกสาลิกาเขียว และนกขุนแผน รวมทั้งนกอื่นๆ อีกหลายชนิดที่สามารถเลียนเสียงมนุษย์และมีเสียงร้องที่ไพเราะ รวมทั้งสิ้นประมาณ 120 ชนิด ทั้งภายในบริเวณสวนนกไทยศึกษายังมีความร่มรื่นด้วยต้นไม้หลากหลายพันธ์ เพื่อให้นกได้อยู่อาศัยใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น. อัตราค่าเข้าชมผู้ใหญ่คนละ 50 บาท เด็ก 20 บาท สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สวนนกไทยศึกษา เลขที่ 26/43 ถ.วิสุทธิ์กษัตริย์ ซอย 17 อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000 โทรศัพท์ / โทรสาร 0 5521 2540 ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี หรือดูรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ <a href="http://WWW.geocities.com/thaibirdgarden" rel="nofollow">http://WWW.geocities.com/thaibirdgarden</a></p>

<div class="wp_geo_map" id="wp_geo_map_2443" style="width:90%; height:300px;"></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wherethai.com/placemark/2443/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	<georss:point>16.8056 100.2681</georss:point><geo:lat>16.8056</geo:lat><geo:long>100.2681</geo:long>	</item>
		<item>
		<title>พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี (จ่าสิบเอกทวี-พิมพ์ บูรณเขตต์)</title>
		<link>http://www.wherethai.com/placemark/2444</link>
		<comments>http://www.wherethai.com/placemark/2444#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 01 Jan 2010 00:00:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mr.WhereThai</dc:creator>
				<category><![CDATA[ปักหมุด]]></category>
		<category><![CDATA[พิษณุโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wherethai.com/placemark/2444</guid>
		<description><![CDATA[
ตั้งอยู่ที่ถนนวิสุทธิกษัตริย์ ในตัวเมืองพิษณุโลก เป็นที่เก็บรวบรวมข้าวของเครื่องใช้พื้นบ้าน ซึ่งเป็นเครื่องมือทำมาหากินของชาวบ้านในอดีต ตั้งแต่ชิ้นเล็กๆ จนถึงชิ้นใหญ่ เช่น เครื่องจักสาน เครื่องปั้นดินเผา เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ เช่น เครื่องวิดน้ำด้วยมือ เครื่องสีข้าว เครื่องมือดักจับสัตว์ รวมกันแล้วนับหมื่นชิ้น จนได้รับการยอมรับว่าเป็นขุมทรัพย์ทางประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาไทย และได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยประเภทหน่วยงานส่งเสริมและ พัฒนาการท่องเที่ยว เมื่อปี 2541

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="topsy_widget_data topsy_theme_blue" style="float: left;margin: 5px 10px 0 0; background: url(data:,%7B%20%22url%22%3A%20%22http%253A%252F%252Fwww.wherethai.com%252Fplacemark%252F2444%22%2C%20%22style%22%3A%20%22big%22%2C%20%22title%22%3A%20%22%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B5%20%28%E0%B8%88%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B5-%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B9%8C%20%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B9%8C%29%22%20%7D);"></div>
<p>ตั้งอยู่ที่ถนนวิสุทธิกษัตริย์ ในตัวเมืองพิษณุโลก เป็นที่เก็บรวบรวมข้าวของเครื่องใช้พื้นบ้าน ซึ่งเป็นเครื่องมือทำมาหากินของชาวบ้านในอดีต ตั้งแต่ชิ้นเล็กๆ จนถึงชิ้นใหญ่ เช่น เครื่องจักสาน เครื่องปั้นดินเผา เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ เช่น เครื่องวิดน้ำด้วยมือ เครื่องสีข้าว เครื่องมือดักจับสัตว์ รวมกันแล้วนับหมื่นชิ้น จนได้รับการยอมรับว่าเป็นขุมทรัพย์ทางประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาไทย และได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยประเภทหน่วยงานส่งเสริมและ พัฒนาการท่องเที่ยว เมื่อปี 2541</p>

<div class="wp_geo_map" id="wp_geo_map_2444" style="width:90%; height:300px;"></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wherethai.com/placemark/2444/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	<georss:point>16.806 100.2672</georss:point><geo:lat>16.806</geo:lat><geo:long>100.2672</geo:long>	</item>
		<item>
		<title>วัดราชบูรณะ</title>
		<link>http://www.wherethai.com/placemark/2446</link>
		<comments>http://www.wherethai.com/placemark/2446#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 01 Jan 2010 00:00:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mr.WhereThai</dc:creator>
				<category><![CDATA[ปักหมุด]]></category>
		<category><![CDATA[พิษณุโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wherethai.com/placemark/2446</guid>
		<description><![CDATA[
อยู่เชิงสะพานป่าถ่าน ตรงข้ามวัดมหาธาตุ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1967 ณ บริเวณที่ถวายพระเพลิงเจ้าอ้ายพระยากับเจ้ายี่พระยาซึ่งชนช้างกันจนถึงแก่พิ ราลัยและโปรดเกล้าฯให้ก่อเจดีย์ 2 องค์บริเวณนั้น เมื่อคราวเสียกรุงวัดนี้และวัดมหาธาตุถูกไฟไหม้เสียหายมาก ซากที่เหลืออยู่แสดงว่าวิหารและส่วนต่างๆ ของวัดนี้ใหญ่โตมาก วิหารหลวงมีขนาดยาว 63 เมตร กว้าง 20 เมตร ด้านหน้ามีบันไดขึ้น 3 ทาง ที่ผนังวิหารเจาะเป็นบานหน้าต่าง ปัจจุบันยังปรากฏซากของเสาพระวิหารและฐานชุกชีพระประธานเหลืออยู่ พระปรางค์ประธาน เป็นศิลปะอยุธยาสมัยแรกซึ่งนิยมสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมขอมที่ให้พระปรางค์เป ็นประธานของวัด ช่องคูหาของพระปรางค์มีพระพุทธรูปยืนปูนปั้นประดิษฐานช่องละ 1 องค์ องค์ปรางค์ประดับด้วยปูนปั้นรูปครุฑ ยักษ์ เทวดา นาค พระปรางค์องค์นี้มีลวดลายสวยงามมาก ภายในกรุปรางค์มีห้องกรุ 2 ชั้น สามารถลงไปชมได้ ชั้นบนมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเลือนลาง ชั้นล่างซึ่งเคยเป็นที่เก็บเครื่องทอง มีภาพจิตรกรรมเขียนด้วยสีแดงชาดปิดทองเป็นรูปพระพุทธรูปปางลีลาและปางสมาธิ รวมทั้งรูปเทวดาและรูปดอกไม้เมื่อ พ.ศ. 2500 คนร้ายได้ลักลอบขุดโบราณวัตถุที่ฝังไว้ในกรุปรางค์ประธานวัดราชบูรณะ โดยขุดเจาะจากพื้นคูหาเรือนธาตุลงไปพบห้องที่ฝังโบราณวัตถุไว้ 2 ห้อง ต่อมาทางราชการติดตามจับคนร้ายและยึดโบราณวัตถุได้เพียงบางส่วน โบราณวัตถุในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะทำด้วยทองคำ สำริด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="topsy_widget_data topsy_theme_blue" style="float: left;margin: 5px 10px 0 0; background: url(data:,%7B%20%22url%22%3A%20%22http%253A%252F%252Fwww.wherethai.com%252Fplacemark%252F2446%22%2C%20%22style%22%3A%20%22big%22%2C%20%22title%22%3A%20%22%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B0%22%20%7D);"></div>
<p>อยู่เชิงสะพานป่าถ่าน ตรงข้ามวัดมหาธาตุ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1967 ณ บริเวณที่ถวายพระเพลิงเจ้าอ้ายพระยากับเจ้ายี่พระยาซึ่งชนช้างกันจนถึงแก่พิ ราลัยและโปรดเกล้าฯให้ก่อเจดีย์ 2 องค์บริเวณนั้น เมื่อคราวเสียกรุงวัดนี้และวัดมหาธาตุถูกไฟไหม้เสียหายมาก ซากที่เหลืออยู่แสดงว่าวิหารและส่วนต่างๆ ของวัดนี้ใหญ่โตมาก วิหารหลวงมีขนาดยาว 63 เมตร กว้าง 20 เมตร ด้านหน้ามีบันไดขึ้น 3 ทาง ที่ผนังวิหารเจาะเป็นบานหน้าต่าง ปัจจุบันยังปรากฏซากของเสาพระวิหารและฐานชุกชีพระประธานเหลืออยู่ พระปรางค์ประธาน เป็นศิลปะอยุธยาสมัยแรกซึ่งนิยมสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมขอมที่ให้พระปรางค์เป ็นประธานของวัด ช่องคูหาของพระปรางค์มีพระพุทธรูปยืนปูนปั้นประดิษฐานช่องละ 1 องค์ องค์ปรางค์ประดับด้วยปูนปั้นรูปครุฑ ยักษ์ เทวดา นาค พระปรางค์องค์นี้มีลวดลายสวยงามมาก ภายในกรุปรางค์มีห้องกรุ 2 ชั้น สามารถลงไปชมได้ ชั้นบนมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเลือนลาง ชั้นล่างซึ่งเคยเป็นที่เก็บเครื่องทอง มีภาพจิตรกรรมเขียนด้วยสีแดงชาดปิดทองเป็นรูปพระพุทธรูปปางลีลาและปางสมาธิ รวมทั้งรูปเทวดาและรูปดอกไม้เมื่อ พ.ศ. 2500 คนร้ายได้ลักลอบขุดโบราณวัตถุที่ฝังไว้ในกรุปรางค์ประธานวัดราชบูรณะ โดยขุดเจาะจากพื้นคูหาเรือนธาตุลงไปพบห้องที่ฝังโบราณวัตถุไว้ 2 ห้อง ต่อมาทางราชการติดตามจับคนร้ายและยึดโบราณวัตถุได้เพียงบางส่วน โบราณวัตถุในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะทำด้วยทองคำ สำริด หิน ดินเผาและอัญมณี เมื่อกรมศิลปากรขุดแต่งพระปรางค์วัดราชบูรณะต่อ ได้นำโบราณวัตถุที่มีค่าไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ซึ่งสร้างโดยเงินบริจาคจากการนำพระพิมพ์ขนาดเล็กที่ได้จากกรุนี้มาจำหน่ายเป ็นของชำร่วย เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30&#8211;16.30 น. อัตราค่าเข้าชม : ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 50 บาท หรือสามารถซื้อบัตรรวมได้ ชาวไทย 40 บาท ชาวต่างประเทศ220 บาท โดยบัตรนี้สามารถเข้าชมวัดและพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ ภายในระยะเวลา 30 วัน อันได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังหลวง วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระรามวัดมเหยงค์วัดไชยวัฒนาราม, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยาชาวไทย 30 บาท ชาวต่างประเทศ 150 บาท และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม หมายเหตุ: ตั้งแต่เวลาประมาณ 19.30- 21.00 น. จะมีการส่องไฟชมโบราณสถาน</p>

<div class="wp_geo_map" id="wp_geo_map_2446" style="width:90%; height:300px;"></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wherethai.com/placemark/2446/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	<georss:point>16.8217 100.2607</georss:point><geo:lat>16.8217</geo:lat><geo:long>100.2607</geo:long>	</item>
		<item>
		<title>วัดนางพญา</title>
		<link>http://www.wherethai.com/placemark/2447</link>
		<comments>http://www.wherethai.com/placemark/2447#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 01 Jan 2010 00:00:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mr.WhereThai</dc:creator>
				<category><![CDATA[ปักหมุด]]></category>
		<category><![CDATA[พิษณุโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wherethai.com/placemark/2447</guid>
		<description><![CDATA[
วัดนางพญา ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับวัดราชบูรณะ ถัดไปทางทิศตะวันออก มีลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยเดียวกับวัดราชบูรณะ ต่างกันที่วัดนางพญาไม่มีพระอุโบสถมีแต่วิหาร วัดนี้มีชื่อเสียงในด้านพระเครื่อง เรียกว่า พระนางพญา ซึ่งเล่าลือกันถึงความศักดิ์สิทธิ์ พระนางพญาเป็นสุดยอดพระ หนึ่งในชุดเบญจภาคี พระเครื่องนางพญามีชื่อเสียงทางด้านเมตตามหานิยม โดยเฉพาะสุภาพสตรีที่เป็นนักปกครองและหัวหน้างาน ต้องดูแลลูกน้องจำนวนมาก โดยจะมีความเชื่อว่าจะทำให้ผู้ใต้ปกครองยำเกรงประดุจ &#8220;นางพญา&#8221; ปัจจุบันหาได้ยากมาก มีก็แต่ที่ได้สร้างจำลองขึ้นภายหลัง มีการพบกรุพระเครื่องครั้งแรกใน พ.ศ. 2444 และครั้งหลังเมื่อ พ.ศ. 2497

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="topsy_widget_data topsy_theme_blue" style="float: left;margin: 5px 10px 0 0; background: url(data:,%7B%20%22url%22%3A%20%22http%253A%252F%252Fwww.wherethai.com%252Fplacemark%252F2447%22%2C%20%22style%22%3A%20%22big%22%2C%20%22title%22%3A%20%22%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%8D%E0%B8%B2%22%20%7D);"></div>
<p>วัดนางพญา ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับวัดราชบูรณะ ถัดไปทางทิศตะวันออก มีลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยเดียวกับวัดราชบูรณะ ต่างกันที่วัดนางพญาไม่มีพระอุโบสถมีแต่วิหาร วัดนี้มีชื่อเสียงในด้านพระเครื่อง เรียกว่า พระนางพญา ซึ่งเล่าลือกันถึงความศักดิ์สิทธิ์ พระนางพญาเป็นสุดยอดพระ หนึ่งในชุดเบญจภาคี พระเครื่องนางพญามีชื่อเสียงทางด้านเมตตามหานิยม โดยเฉพาะสุภาพสตรีที่เป็นนักปกครองและหัวหน้างาน ต้องดูแลลูกน้องจำนวนมาก โดยจะมีความเชื่อว่าจะทำให้ผู้ใต้ปกครองยำเกรงประดุจ &#8220;นางพญา&#8221; ปัจจุบันหาได้ยากมาก มีก็แต่ที่ได้สร้างจำลองขึ้นภายหลัง มีการพบกรุพระเครื่องครั้งแรกใน พ.ศ. 2444 และครั้งหลังเมื่อ พ.ศ. 2497</p>

<div class="wp_geo_map" id="wp_geo_map_2447" style="width:90%; height:300px;"></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wherethai.com/placemark/2447/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	<georss:point>16.8224 100.2617</georss:point><geo:lat>16.8224</geo:lat><geo:long>100.2617</geo:long>	</item>
		<item>
		<title>วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร</title>
		<link>http://www.wherethai.com/placemark/2448</link>
		<comments>http://www.wherethai.com/placemark/2448#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 01 Jan 2010 00:00:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mr.WhereThai</dc:creator>
				<category><![CDATA[ปักหมุด]]></category>
		<category><![CDATA[พิษณุโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wherethai.com/placemark/2448</guid>
		<description><![CDATA[
ชาวบ้านส่วนใหญ่มักเรียกขานกันว่า วัดใหญ่ หรือวัดพระศรี กันจนติดปาก แม้นพระประธานองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานในวิหารคือ พระพุทธชินราช ชาวเมืองพิษณุโลกก็นิยมเรียกกันว่า หลวงพ่อใหญ่ ตามไปด้วย วัดใหญ่นับเป็นพระอารามหลวงที่สำคัญของจังหวัด เพราะเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของชาวเมืองและชาวไทยทั้งประเทศ ตั้งอยู่ที่ถนนพุทธบูชา ตำบลในเมือง ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองเมื่อปี พ.ศ. 1900 ภายในวัดสิ่งโบราณสถานโบราณวัตถุล้ำค่ามากมาย อาทิ พระพุทธชินราช เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ ขนาดหน้าตักกว้าง 5 ศอก 1 คืบ 5 นิ้ว และสูง 7 ศอก ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดในประเทศ เส้นรอบนอกพระวรกายอ่อนช้อย พระขนงโก่ง พระเกตุมาลาเป็นเปลวเพลิง พระหัตถ์มีปลายนิ้วทั้งสี่เสมอกัน ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษเรียกว่า ทีฒงฺคุลี ซุ้มเรือนแก้วทำด้วยไม้แกะสลักสร้างในสมัยอยุธยา แกะสลักเป็นรูปมกร (ลำตัวคล้ายมังกร มีงวงคล้ายช้าง) อยู่ตรงปลายซุ้ม และตัวเหรา (คล้ายจระเข้) อยู่ตรงกลาง และมีเทพอสุราคอยปกป้ององค์พระอยู่ 2 องค์ พระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท) แห่งกรุงสุโขทัย โปรดให้สร้างขึ้นพร้อมกับพระพุทธชินสีห์และพระศรีศาสดา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="topsy_widget_data topsy_theme_blue" style="float: left;margin: 5px 10px 0 0; background: url(data:,%7B%20%22url%22%3A%20%22http%253A%252F%252Fwww.wherethai.com%252Fplacemark%252F2448%22%2C%20%22style%22%3A%20%22big%22%2C%20%22title%22%3A%20%22%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%22%20%7D);"></div>
<p>ชาวบ้านส่วนใหญ่มักเรียกขานกันว่า วัดใหญ่ หรือวัดพระศรี กันจนติดปาก แม้นพระประธานองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานในวิหารคือ พระพุทธชินราช ชาวเมืองพิษณุโลกก็นิยมเรียกกันว่า หลวงพ่อใหญ่ ตามไปด้วย วัดใหญ่นับเป็นพระอารามหลวงที่สำคัญของจังหวัด เพราะเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของชาวเมืองและชาวไทยทั้งประเทศ ตั้งอยู่ที่ถนนพุทธบูชา ตำบลในเมือง ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองเมื่อปี พ.ศ. 1900 ภายในวัดสิ่งโบราณสถานโบราณวัตถุล้ำค่ามากมาย อาทิ พระพุทธชินราช เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ ขนาดหน้าตักกว้าง 5 ศอก 1 คืบ 5 นิ้ว และสูง 7 ศอก ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามที่สุดในประเทศ เส้นรอบนอกพระวรกายอ่อนช้อย พระขนงโก่ง พระเกตุมาลาเป็นเปลวเพลิง พระหัตถ์มีปลายนิ้วทั้งสี่เสมอกัน ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษเรียกว่า ทีฒงฺคุลี ซุ้มเรือนแก้วทำด้วยไม้แกะสลักสร้างในสมัยอยุธยา แกะสลักเป็นรูปมกร (ลำตัวคล้ายมังกร มีงวงคล้ายช้าง) อยู่ตรงปลายซุ้ม และตัวเหรา (คล้ายจระเข้) อยู่ตรงกลาง และมีเทพอสุราคอยปกป้ององค์พระอยู่ 2 องค์ พระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท) แห่งกรุงสุโขทัย โปรดให้สร้างขึ้นพร้อมกับพระพุทธชินสีห์และพระศรีศาสดา ซึ่งปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดสุทัศน์เทพวรารามและวัดบวรนิเวศวิหารตามลำด ับ</p>

<div class="wp_geo_map" id="wp_geo_map_2448" style="width:90%; height:300px;"></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wherethai.com/placemark/2448/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	<georss:point>16.8238 100.2615</georss:point><geo:lat>16.8238</geo:lat><geo:long>100.2615</geo:long>	</item>
		<item>
		<title>วัดเจดีย์ยอดทอง</title>
		<link>http://www.wherethai.com/placemark/2449</link>
		<comments>http://www.wherethai.com/placemark/2449#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 01 Jan 2010 00:00:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mr.WhereThai</dc:creator>
				<category><![CDATA[ปักหมุด]]></category>
		<category><![CDATA[พิษณุโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://wherethai.com/placemark/2449</guid>
		<description><![CDATA[
วัดเจดีย์ยอดทอง ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองพิษณุโลก บนถนนพญาเสือ ทางเดียวกับวัดอรัญญิก ปัจจุบันเหลือเพียงเจดีย์ทรงดอกบัวตูมที่เป็นศิลปสุโขทัยเพียงองค์เดียวที่พ บในพิษณุโลก เจดีย์มีฐานกว้างประมาณ 9 เมตร สูง 21 เมตร เฉพาะที่ยอดทรงดอกบัวตูมนั้น ได้เห็นรอยกระเทาะของปูนทำให้แลเห็นการเสริมยอดโดยการพอกปูนเพิ่มที่ยอดแหลม ของดอกบัว

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="topsy_widget_data topsy_theme_blue" style="float: left;margin: 5px 10px 0 0; background: url(data:,%7B%20%22url%22%3A%20%22http%253A%252F%252Fwww.wherethai.com%252Fplacemark%252F2449%22%2C%20%22style%22%3A%20%22big%22%2C%20%22title%22%3A%20%22%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87%22%20%7D);"></div>
<p>วัดเจดีย์ยอดทอง ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองพิษณุโลก บนถนนพญาเสือ ทางเดียวกับวัดอรัญญิก ปัจจุบันเหลือเพียงเจดีย์ทรงดอกบัวตูมที่เป็นศิลปสุโขทัยเพียงองค์เดียวที่พ บในพิษณุโลก เจดีย์มีฐานกว้างประมาณ 9 เมตร สูง 21 เมตร เฉพาะที่ยอดทรงดอกบัวตูมนั้น ได้เห็นรอยกระเทาะของปูนทำให้แลเห็นการเสริมยอดโดยการพอกปูนเพิ่มที่ยอดแหลม ของดอกบัว</p>

<div class="wp_geo_map" id="wp_geo_map_2449" style="width:90%; height:300px;"></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.wherethai.com/placemark/2449/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	<georss:point>16.8245 100.2685</georss:point><geo:lat>16.8245</geo:lat><geo:long>100.2685</geo:long>	</item>
	</channel>
</rss>

