วัดทับกระดาน ไปตามทางหลวงหมายเลข 3387 ประมาณ 7 กิโลเมตร แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 3351 กิโลเมตรที่ 10 อำเภอสองพี่น้องเป็นอำเภอบ้านเกิดของพุ่มพวง ดวงจันทร์ นักร้องเพลงลูกทุ่งชื่อดังซึ่งมีคนนิยมฟังเพลงของเธอมากมายและได้เสียชีวิตไป ทำให้แฟนเพลงเสียใจกันมาก จึงมีการเก็บรวบรวมเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ที่ใช้ในการร้องเพลง รวมทั้งรูปถ่ายจากข่าวหนังสือพิมพ์ไว้ในโบสถ์ของวัดนี้ เนื่องจากพุ่มพวงคุ้นเคยกับวัดนี้ตั้งแต่เด็ก นอกจากนี้บริเวณศาลาท่าน้ำจะมีรูปวาดของพุ่มพวง ดวงจันทร์ที่มีคนนำมาให้เพื่อแก้บน ด้านหน้าวัดมีร้านขายของสด แห้งต่างๆ เช่น น้ำพริก หน่อไม้ ผลไม้ต่างๆ ทุกปีจะมีการจัดงานครบรอบวันเสียชีวิตของนักร้องผู้นี้ มีผู้คนมาร่วมงานจำนวนมาก
Posts Mentioning RSS Toggle Comment Threads | Keyboard Shortcuts
-
Mr.WhereThai
-
Mr.WhereThai
วัดไผ่โรงวัว ตั้งอยู่ที่ตำบลบางตาเถร ห่างจากตัวจังหวัดสุพรรณบุรีประมาณ 43 กิโลเมตร หรือห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 70 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี มีทางแยกซ้ายก่อนถึงสามแยกลาดบัวหลวงเข้าสู่วัดไผ่โรงวัว หรือ หากมาตามทางหลวงหมายเลข 3422 กิโลเมตรที่ 18-19 วัดนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2469 เป็นวัดที่มีพุทธศาสนิกชน และบุคคลทั่วไปนิยมไปเที่ยวชมกันมากเพราะท่านพระครูอุทัยภาคาธร (หลวงพ่อขอม) ได้ดำเนินการก่อสร้าง “พระพุทธโคดม” เป็นพระพุทธรูปโลหะสำริดองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างเกี่ยวกับพุทธศาสนาที่สำคัญหลายแห่ง เช่น “สังเวชนียสถาน 4 ตำบล” คือ สถานที่ที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนาและปรินิพพาน มีส่วนที่แสดงงานประติมากรรม เกี่ยวกับพุทธประวัตินรกภูมิ สวรรค์ภูมิ นอกจากนี้ยังมี “พระกะกุสันโธ” พระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้านหน้าพระพุทธรูปมี “ฆ้อง และบาตร” ใหญ่ที่สุดในโลก และยังมี “พระวิหารร้อยยอด” และ “พระธรรมจักร” หล่อด้วยทองสำริดใหญ่ที่สุดในโลก รวมทั้งสิ่งก่อสร้างอื่นๆ อีกมากมาย เป็นวัดที่โดดเด่นวัดหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี
-
Mr.WhereThai
สวนกล้วยไม้แอฟฟีนิท (Affinit Orchids)
สวนกล้วยไม้แอฟฟีนิท(AffinitOrchids) ตั้งอยู่ที่หมู่9ตำบลจรเข้สามพันอำเภออู่ทองห่างจากจังหวัดไปตามทางหลวงหมาย เลข321ถึงทางแยกแล้วเลี้ยวไปตามทางหลวงหมายเลข324ประมาณ5กิโลเมตร (ระหว่างกิโลเมตรที่46–47)มีป้ายสวนกล้วยไม้เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ200เมตรเป ็นสวนกล้วยไม้บนเนื้อที่20ไร่มีกล้วยไม้พันธุ์ต่างๆเพื่อการศึกษาและการจำหน ่ายเช่นกล้วยไม้พันธุ์หวายแคทรียาแวนด้าม๊อคคาร่าเป็นต้นเปิดให้เข้าชมทุกวั นตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะกรุณาติดต่อล่วงหน้าโทร.08 1649 8585, 0 2974 0886และสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.affinitorchid.com
-
Mr.WhereThai
อุทยานมัจฉา วัดป่าพฤกษ์ อยู่ที่ตำบลบ้านแหลม ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 17 กิโลเมตร ทางหลวงหมายเลข 340 กิโลเมตรที่ 86 จะเห็นป้ายทางเข้าจากนั้นไปตามทางหลวงหมายเลข 3351 กิโลเมตรที่ 10 บริเวณหน้าวัดมีฝูงปลาโดยเฉพาะปลาสวาย ปลาเทโพ ปลานิล เป็นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวสามารถยืนชม และให้อาหารปลาได้อย่างใกล้ชิดบริเวณริมแม่น้ำซึ่งทางวัดก่อสร้างเป็นเขื่อน ทางเท้าริมน้ำยาวประมาณ 100 เมตร
-
Mr.WhereThai
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง ตั้งอยู่ที่ถนนมาลัยแมน ติดกับที่ว่าการอำเภออู่ทองและโรงเรียนอู่ทองศึกษาลัย เป็นสถานที่รวบรวมศิลปะโบราณวัตถุในสมัยต่าง ๆ ที่ขุดค้นพบ แสดงวิวัฒนาการของมนุษย์ยุคต่าง ๆ ที่เคยอาศัยอยู่ในดินแดนแถบสุพรรณบุรี แบ่งออกเป็น 2 อาคาร คือ อาคารที่ 1 จัดแสดงการค้นพบเมืองอู่ทองสมัยก่อนประวัติศาสตร์และสมัยวัฒนธรรมทวารวดี พระพุทธรูปสมัยทวารวดี อาคารที่ 2 จัดแสดงห้องชาติพันธุ์วิทยาและลูกปัดที่ค้นพบในเมืองอู่ทองตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ถึงสมัยทวารวดี ส่วนลานกลางแจ้งสร้างเป็นเรือนแบบลาวโซ่ง จัดแสดงวัฒนธรรมประเพณี การแต่งกาย เครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวลาวโซ่ง เวลาเปิด-ปิด : พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. อัตราค่าเข้าชม :ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 30 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3555 1021, 0 3555 1040
-
Mr.WhereThai
วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม (เดิมชื่อ วัดเขาพระ) ห่างจากจังหวัดประมาณ 34 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่ถนนมาลัยแมน ในตัวอำเภออู่ทอง ใกล้หอนาฬิกาบรรหาร-แจ่มใส เข้าซอยไปประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าตั้งแต่สมัยทวารวดี เพราะมีโบราณวัตถุหลายชิ้น เช่น พระพุทธไสยาสน์ พระพุทธรูปปางต่าง ๆ ซึ่งสลักจากเนื้อหิน เทวรูปจักรนารายณ์เนื้อหิน บนยอดเขาพบซากเจดีย์อยุธยา 1 องค์ และยังมีรอยพระพุทธบาทจำลองแกะสลักด้วยหินเขียวธรรมชาติ ประดิษฐานไว้ในมณฑปบนยอดเขาอีกด้วย ทุกปีมีงานนมัสการพระพุทธไสยาสน์ 2 ครั้ง คือ วันขึ้น 15 ค่ำ และแรม 1 ค่ำ เดือน 12 กับวันขึ้น 14-15 ค่ำ และแรม 1 ค่ำ เดือน 5
-
Mr.WhereThai
ตลาดเก้าห้อง
ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 เทศบาลตำบลบางปลาม้า ไปตามทางหลวงหมายเลข 340 กิโลเมตรที่ 87-88 (เลยแยกเข้าอำเภอบางปลาม้า ไปประมาณ 1 กิโลเมตร) เข้าไปอีกประมาณ 2.4 กิโลเมตร(ทางไปวัดลานดุก) เป็นตลาดเก่าแก่ซึ่งเป็นย่านการค้าที่รุ่งเรืองริมแม่น้ำสุพรรณบุรี หรือแม่น้ำท่าจีนเมื่อเกือบหนึ่งร้อยปีมาแล้ว ปัจจุบันยังคงเห็นสภาพตลาดริมน้ำแบบอดีตที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้ โดยมีหอดูโจร โรงสีเก่า ศาลเจ้า และบ้านเก้าห้อง (ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำฝั่งตรงข้ามตลาด) เป็นสิ่งก่อสร้างในอดีตที่น่าสนใจ มีการจัดทำพิพิธภัณฑ์ตลาดเก้าห้องให้ผู้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ ชุมชนแห่งนี้แม้จะเงียบเหงาไปบ้าง แต่ในทุกวันอาทิตย์ชาวบ้านจะนำสินค้าอาหารคาวหวานมาจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยว ผู้มาเยือน มีทั้งขนมเปี๊ยะ ขนมจันอับ กระหรี่พัฟ ขนมถ้วยฟู กาแฟโบราณ ห่านพะโล้ ก๋วยเตี๋ยวเรือ ราดหน้า ผัดไทย เป็นต้น สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3558 7044, 08 1704 2183, 08 1763 4133 การเดินทาง จากตัวเมืองสุพรรณบุรี ใช้เส้นทางสุพรรณบุรี-บางแม่หม้าย ประมาณ 9 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าตลาดเก้าห้อง มีลานจอดรถด้านหน้าตลาดฝั่งตรงข้ามโรงเรียนวัดบ้านหมี่ จากตัวเมืองสุพรรณบุรีมีรถประจำทางสายสุพรรณฯ-เก้าห้อง มาลงที่ตลาดเก้าห้อง ค วามเป็นมา สำหรับตลาดเก้าห้องสร้างขึ้นมาภายหลังในราวปี พ.ศ. 2465 โดยนายบุญรอด (ฮง) เหลียงพานิช คหบดีเชื้อสายจีน ซึ่งได้แต่งงานกับนางแพ หลานสาวของขุนกำแพงฤทธิ์เจ้าของบ้านเก้าห้อง ส่วนหอดูโจร เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีน ก่ออิฐถือปูน กว้างยาวด้านละ 3 เมตร มีความสูงราวตึก 4 ชั้น สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2477 ตามผนังทั้ง 4 ด้าน เจาะรูเล็ก ๆ ขนาด 3 นิ้ว สำหรับเอาปืนส่องยิงโจรซึ่งมีอยู่ชุกชุมในสมัยนั้น จากด้านล่างภายในหอมีบันไดเหล็กสำหรับปีนขึ้นไปยังดาดฟ้า ซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพของตลาดเก้าห้องและพื้นที่โดยรอบได้ทั้งหมด คำว่า เก้าห้อง มาจาก บ้านเก้าห้อง เดิมเป็นบ้านของขุนกำแหงฤทธิ์ ต้นตระกูลประทีปทอง ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามตลาดเก้าห้อง อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำท่าจีน เป็นเรือนไทยฝาปะกน ใต้ถุนสูง ลักษณะเป็นแนวยาว มี 9 ห้อง
-
Mr.WhereThai
วัดพระรูป วัดพระรูป ตั้งอยู่ที่ถนนขุนช้าง ริมฝั่งทิศตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน ตรงข้ามตลาดสุพรรณบุรี วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่มีอายุอยู่ในสมัยอู่ทองตอนปลาย ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่พระพุทธรูปปางไสยาสน์ ก่ออิฐถือปูนยาว 13 เมตร สูง 3 เมตรชาวบ้านเรียกว่า เณรแก้วพระพักตร์กลมยาวคล้ายผลมะตูม ผินพระพักตร์สู่ทิศตะวันออก สันนิษฐานว่าสร้างในราว พ.ศ. 1800-1893และถือว่าเป็นพระนอนที่มีพระพักตร์งามที่สุดในประเทศไทย อ ีกสิ่งหนึ่งที่น่าชมได้แก่ พระพุทธบาทไม้เป็นโบราณวัตถุที่หาค่าไม่ได้ ศิลปะการแกะสลักงดงามมาก มีขนาดยาว 221.5 เซนติเมตรกว้าง 74 เซนติเมตร หนา 10 เซนติเมตร ทำจากไม้ประดู่แกะสลักทั้ง 2 ด้าน มีเพียงชิ้นเดียวในประเทศไทย เดิมพระพุทธบาทไม้อยู่ที่วัดเขาดิน เมื่อตอนเกิดศึกไทย-พม่า พระภิกษุรูปหนึ่งเกรงจะถูกทำลาย จึงนำล่องลงมาทางน้ำแล้วเอาขึ้นที่วัดพระรูปนอกจากนี้ยังมี เจดีย์อู่ทองและซากเจดีย์สมัยทวารวดี ระฆังสัมฤทธิ์ และธรรมาสน์สังเค็ด (วัตถุที่ถวายแก่สงฆ์ผู้เทศน์หรือผู้ชักบังสุกุลเมื่อเวลาปลงศพ) ฝีมือช่างอยุธยาตอนปลาย และที่นี่ยังเป็นกรุของ ” พระขุนแผน “อันมีชื่อเสียงอีกด้วย
-
Mr.WhereThai
หอคอยบรรหาร-แจ่มใส และ สวนเฉลิมภัทรราชินี
-
Mr.WhereThai
วัดเขาดีสลัก ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลดอนคา ห่างจากอำเภออู่ทอง 8 กิโลเมตร หรือห่างจากตัวเมือง 14 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทที่มีมงคล 108 ประการ สลักไว้อย่างวิจิตรงดงาม เป็นรอยพระพุทธบาทจำลองสลักบนแผ่นหินทรายสีแดง รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสลักเป็นรูปนูนต่ำลายกลีบบัวโดยรอบพระบาทปลายนิ้วพระบาท ยาวไม่เสมอกัน ข้อนิ้วพระบาทมี 2 ข้อ โดยข้อนิ้วพระบาทข้อแรกทำลายขมวดเป็นรูปก้นหอยตามคัมภีร์มหาบุรุษลักษณะหรือ มหาปริสลักขณะ ดังที่พรรณนาไว้ในปฐมสมโพธิกถาฉบับภาษาบาลี รวมทั้งในคัมภีร์ลิลิตวิสูตรฉบับภาษาสันสกฤต ข้อนิ้วที่ 2 ทำเป็นลายก้นขดหรือใบไม้ม้วนลักษณะคล้ายกับลวดลายพันธุ์พฤกษาซึ่งนิยมในศิลปะแบบทวารวดีซึ่งจะเห็นได้ทั่วไปจากลวดลายปูนปั้นประดับ ศาสนสถานหรือลวดลายประดับประติมากรรม อันเนื่องในพุทธศาสนาในสมัยทวารวดีบริเวณฝ่าพระบาททำเป็นรูปธรรมจักรขนาดเล็ กมีกงล้อธรรมจักรจำนวน 16 ซี่ อยู่กลางฝ่าเท้าและรายล้อมด้วยภาพสลักรูปมงคล 108 ประการ อยู่ในกรอบวงกลมมีลักษณะแตกต่างจากรอยพระพุทธบาทที่พบที่อื่น คือ รอยพระพุทธบาทนูน ขนาดกว้างประมาณ 65.5 เซนติเมตร ยาว 141.5 เซนติเมตร นักโบราณคดีให้ความเห็นว่าเป็นศิลปะสมัยทวารวดี อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 14-16 มีทางรถขึ้นไปชมรอยพระพุทธบาทบนยอดเขา ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ทางวัดปรับปรุงภูมิทัศน์บนยอดเขา มองเห็นวิวทิวทัศน์สวยงามในเขตอำเภออู่ทองโดยรอบ นอกจากนี้ยังพบโพรงหินภายในมีพระพุทธรูป และโบราณวัตถุต่าง ๆ อีกหลายชนิด เนื่องจากเขานี้เป็นแหล่งโบราณคดีที่อยู่บนเส้นทางคมนาคมของชุมชนโบราณ








