อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น ครอบคลุมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติปากคลองน้ำเฒ่า อำเภอบ้านนาสาร อำเภอกาญจนดิษฐ์ และอำเภอเวียงสระ มีเนื้อที่ 265,625 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2534 เป็นป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ยาง ตะเคียน หลุมพอ เสียดช่อ เคี่ยม และสะตอ บริเวณยอดเขาที่มีเมฆหมอกปกคลุมเกือบตลอดปี จะพบป่าอีกชนิดหนึ่ง คือป่าดิบเขา พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ เหมือด กำยาน บังตาน เป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำตาปี พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหินอัคนี ที่เกิดจากการยกตัวและระเบิดของภูเขาไฟ อุทยานฯ ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมมี 2 ฤดู คือ ฤดูร้อน ระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน และฤดูฝน ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนธันวาคม สัตว์ป่าที่พบ ได้แก่ เลียงผา เก้ง กระจง หมูป่า ช้าง สมเสร็จ และเสือโคร่ง นอกจากนั้นยังมี ค่าย 180 และค่าย 357 ซึ่งเป็นค่ายพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในอดีต สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ น้ำตกดาดฟ้า เป็นน้ำตกที่สูงใหญ่ที่สุดในจังหวัดสุราษฎร์ธานี มี 10 ชั้น ชั้นสูงสุดเป็นหน้าผาสูงชัน 80 เมตร ในฤดูฝนน้ำจะไหลแรงเต็มหน้าผาราวกับไหลลงมาจากฟากฟ้า จึงได้ชื่อว่า “ดาดฟ้า” และยังเป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 15 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดิน 2 วัน ต้องพักค้างแรมในป่า 1 คืน โดยเริ่มจากเขาหนามเตย จนมาถึงน้ำตกดาดฟ้า การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 4009 สายอำเภอบ้านนาสาร-สุราษฎร์ธานี ห่างจากตัวเมือง 33 กิโลเมตร จะมีทางแยกเลี้ยวเข้าถนน รพช. เข้าสู่น้ำตกประมาณ 13 กิโลเมตร น้ำตกเหมืองทวด เป็นน้ำตกสูง 7 ชั้น บริเวณน้ำตกร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ การเดินทาง สามารถเดินทางจากอำเภอ บ้านนาสาร โดยเริ่มจากอำเภอบ้านนาสารไปตามทางหลวงแผ่นดินสายนาสาร-บ้านส้อง ประมาณ 12 กิโลเมตร แล้วแยกไปตามถนนบ้านช่องช้าง-เหมืองทวด ประมาณ 8 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางเป็นถนนลาดยาง เขาหนอง เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดสุราษฎร์ธานี สูง 1,530 เมตร มีเมฆหมอกปกคลุมยอดเขาและสภาพอากาศเย็นชื้นตลอดปี พันธุ์ไม้เป็นป่าดิบเขามีมอสและตะไคร่น้ำเกาะตามลำต้นอย่างหนาแน่น ถ้ำขมิ้น หรือ ถ้ำเหม็น ที่มีชื่อเรียกเช่นนี้เพราะมีมูลค้างคาวที่อาศัยอยู่จำนวนมากภายในถ้ำ เป็นถ้ำที่เป็นจุดท่องเที่ยวเด่นของอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น ถ้ำนี้เป็นถ้ำหินปูนที่กว้างใหญ่ ยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ภายในถ้ำนอกจากจะได้ชมความงามของหินงอกหินย้อยแล้ว จะได้พบกับ ศาลท่านขุน ที่ปากถ้ำซึ่งเป็นที่เคารพของชาวบ้าน ลานรถจี๊ป เป็นห้องใหญ่ที่มีร่องรอยของรถจี๊ปในสมัยที่มีการทำสัมปทานมูลค้างคาว ลานท่านขุน เป็นทำนบหินปูน มีหินงอกหินย้อยขนาดใหญ่ เรียกว่า “เสาเอก” และ “หลักชัย” ช่องฟ้า เป็นช่องที่ทะลุเพดานถ้ำได้ ม่านสีชมพู เป็นม่านหินปูนที่มีลวดลายเป็นริ้ว ๆ สีชมพู มองดูเป็นภาพพระพุทธรูปปางสมาธิ ม่านฟ้า เป็นม่านหินย้อยขนาดใหญ่ บางจุดดูคล้ายเศียรช้าง และบริเวณถ้ำขมิ้นสามารถกางเต็นท์ได้ โดยติดต่อล่วงหน้าที่ หัวหน้าหน่วยใต้ร่มเย็น (ถ้ำขมิ้น) โทร. 0 1476 1759, 0 1272 4411 สันเย็น เป็นแนวสันเขา มองจากระยะไกลจะเห็นแนวเขาเรียบเสมอเป็นทิวยาว สูงประมาณ 1,000–1,300 เมตร มีสัตว์ป่าและพันธุ์พืชหลายชนิดที่ไม่สามารถพบเห็นตามป่าเบื้องล่าง อุทยานฯ มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจที่อยู่ในอำเภออื่น ๆ อาทิ อำเภอเวียงสระ มี น้ำตกสามห้าเจ็ด เป็นน้ำตกสูง 25 เมตร มีน้ำตลอดปี น้ำตกคลองน้ำเฒ่า มี 2 ชั้น ชั้นที่ 2 มีน้ำไหลลาดลงมาเป็นสามสายดูสวยงาม สูง 35 เมตร น้ำตกคลองคันเบ็ด มี 7 ชั้น ส่วนในอำเภอกาญจนดิษฐ์ มี น้ำตกเพชรพนมวัฒน์ เป็นน้ำตกสวยสูง 30 เมตร และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเขาหนามเตย ระยะทาง 1,900 เมตร ใช้เวลาเดินเกือบ 2 ชั่วโมง โดยเริ่มจากศาลาทรงงานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ภายในโครงการจุฬาภรณ์ และสิ้นสุดที่ค่ายพักแรมจุฬาภรณ์ เส้นทางนี้จะศึกษาเกี่ยวกับระบบนิเวศของป่าดิบชื้น ซึ่งเป็นป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุด ค่าเข้าอุทยานฯ คนไทย ผู้ใหญ่ คนละ 40 บาท เด็ก คนละ 20 บาทขาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ คนละ 200 บาท เด็ก 100 บาท อุทยานฯ มีบ้านพักบริการนักท่องเที่ยว จำนวน 2 หลัง ราคา 1,500 บาท และมีสถานที่กางเต็นท์ แต่ต้องเตรียมอุปกรณ์การพักแรมไปเอง รายละเอียดสอบถามได้ที่ อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น ตู้ ป.ณ.12 อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000 หรืองานบริการบ้านพัก กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 การเดินทาง จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ไปตามทางหลวงหมายเลข 4009 สายสุราษฎร์ธานี-บ้านนาสาร ระยะทาง 30 กิโลเมตร ถึงบ้านเฉียงพร้า ตรงข้ามโรงเรียนควนสุบรรณ เลี้ยวซ้ายไปตามถนน รพช. อีก 15 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ
Posts Mentioning RSS Toggle Comment Threads | Keyboard Shortcuts
-
Mr.WhereThai
-
Mr.WhereThai
อุทยานแห่งชาติเขาสก ครอบคลุมพื้นที่อำเภอบ้านตาขุน อำเภอพนม และอำเภอคีรีรัฐนิยม มีพื้นที่ 461,712 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2537 สภาพโดยทั่วไปเป็นภูเขาดิน และภูเขาหินปูนสูงสลับซับซ้อน มีแนวหน้าผาสูงชัน ด้านทิศเหนือเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เกิดจากการก่อสร้างเขื่อนรัชชประภา มีป่าไม้และสัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์ พันธุ์ไม้หายากที่พบในเขตอุทยานฯ ได้แก่ ปาล์มหลังขาว และ บัวผุด เป็นดอกไม้ขนาดใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลางดอกประมาณ 10-25 นิ้ว ขึ้นอยู่บนพื้นดิน จะบานในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม ส่วนสัตว์หายากที่น่าสนใจ ได้แก่ กบทูด และ ปลามังกร ช่วงเวลาที่เหมาะจะเดินทางมาท่องเที่ยวคือ เดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน นอกจากนั้นอุทยานฯ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ คือ การล่องแก่ง เดินป่า นั่งช้าง ดูนก และเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติ อุทยานฯ มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ วังยาว น้ำตกบางหัวแรด และน้ำตกวิ่งหิน น้ำตกบางหัวแรด เป็นน้ำตกสองชั้นที่สวยงามแต่ไม่สูงมาก ชั้นแรกไหลจากบางหัวแรดลงสู่คลองสก ชั้นที่สองอยู่ในคลองสก มีน้ำไหลตลอดปี ห่างลงมาประมาณ 120 เมตร มีน้ำตกวิ่งหินไหลลงมาบรรจบเหนือขึ้นไป 40 เมตร มีวังสำหรับเล่นน้ำ เรียกว่า “วังยาว” อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 3 กิโลเมตร ตั้งน้ำ มีลักษณะเป็นภูเขาที่ถูกน้ำกัดเซาะจนขาดออกจากกัน ทำให้กลายเป็นหน้าผาหันหน้าเข้าหากัน มีลำคลองสกไหลลอดผ่านเบื้องล่าง อยู่ห่างจากที่ทำการฯ ประมาณ 6 กิโลเมตร ห่างจากน้ำตกวิ่งหินประมาณ 3.2 กิโลเมตร ต้องเดินทางโดยทางเท้า น้ำตกโตนกลอย เกิดจากคลองสก เป็นน้ำตกชั้นเดียว มีลานหินสำหรับพักผ่อนบนชั้นน้ำตก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 9 กิโลเมตร น้ำตกโตนไทร เป็นน้ำตกที่ไม่สูงนัก อยู่ในลำคลองสก ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 11 กิโลเมตร ห่างจากน้ำตกโตนกลอย ประมาณ 2 กิโลเมตร น้ำตกธารสวรรค์ ไหลลงมาจากหน้าผาชัน พุ่งโค้งแบบรุ้งกินน้ำ ไหลลงสู่คลองสก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 9 กิโลเมตร ห่างจากตั้งน้ำประมาณ 3 กิโลเมตร น้ำตกสิบเอ็ดชั้น อยู่ห่างจากที่ทำการฯ 4 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาเป็นชั้นๆ ลดหลั่นกันมาตามร่องหน้าผา เป็นรูปขั้นบันได 11 ขั้น ชั้นล่างสุดของน้ำตกจะมีแอ่งน้ำสำหรับลงเล่นน้ำได้ ต้องเดินทางโดยทางเท้า น้ำตกแม่ยาย อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 4.5 กิโลเมตร เป็นน้ำตกชั้นเดียวสูงประมาณ 30 เมตร รถยนต์สามารถไปถึงได้ ตั้งอยู่ริมถนนสายสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า บริเวณกิโลเมตรที่ 113 อุทยานฯ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ 3 เส้นทาง คือ เส้นทางที่ 1 น้ำตกบางหัวแรด-น้ำตกโตนกลอย เริ่มเดินจากที่ทำการอุทยานฯ ข้ามคลองบางเลน ไป น้ำตกบางหัวแรด ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 3 กิโลเมตร เป็นน้ำตก 2 ชั้น ไม่สูงมากนัก เดินเลียบคลองสก ผ่าน น้ำตกวิ่งหิน อยู่ห่างไป 120 เมตร มีความสูงประมาณ 20 เมตร ไหลสู่คลองสก เดินทางต่อไปตามเส้นทางเดินเท้าเลียบคลองสกผ่าน วังยาว ห่างประมาณ 40 เมตร เป็นวังน้ำลึก เดินเท้าขึ้นภูเขาเตี้ย ๆ ข้ามคลองสก มีทางแยกซ้ายเข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร จะพบ น้ำตกธารสวรรค์ เป็นน้ำตกที่ไหลสู่คลองสก มีลักษณะเป็นแนวโค้งคล้ายแนวรุ้งกินน้ำ จากนั้นเดินเลียบคลองสกไปอีก 2 กิโลเมตร จะถึง ตั้งน้ำ หรือต้นน้ำ เป็นภูเขาซึ่งถูกน้ำเซาะจนกลายเป็นหน้าผาหันหน้าเข้าหากัน มีลำคลองสกลอดผ่าน เบื้องล่างเป็นวังน้ำลึก ซึ่งเป็นสถานที่ลอยเถ้าอังคาร (เถ้ากระดูก) ของท่านพุทธทาส จากตั้งน้ำเดินเท้าปีนเขา ประมาณ 3 กิโลเมตร ถึง น้ำตกโตนกลอย เป็นน้ำตกชั้นเดียว เกิดจากลำคลองสก มีน้ำไหลแรงตลอดปี ตลอดเส้นทางมีความยาว 9 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินได้เอง เส้นทางเดินไม่ลำบาก เส้นทางที่ 2 น้ำตกสิบเอ็ดชั้น เป็นเส้นทางที่ต้องปีนภูเขาสู่น้ำตกสิบเอ็ดชั้น ระยะทางเดิน 4 กิโลเมตร เส้นทางเดินค่อนข้างชัน สามารถเดินเองได้ ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง น้ำตกสิบเอ็ดชั้น เกิดจากคลองบางเลน เป็นน้ำตกรูปขั้นบันได มี 11 ชั้น เส้นทางที่ 3 เป็นเส้นทางเดินที่ใช้เส้นทางเดียวกับน้ำตกสิบเอ็ดชั้น แต่เป็นเส้นวงกลม มีทางเดินเป็นขั้นบันได ตามเส้นทางจะมีป้ายสื่อความหมาย สามารถเดินเองได้ ระยะทาง 2 กิโลเมตร ค่าเข้าอุทยานฯ คนไทย ผู้ใหญ่ คนละ 40 บาท เด็ก คนละ 20 บาท ชาวต่างประเทศผู้ใหญ่ คนละ 200บาท เด็ก คนละ 100 บาท ที่พัก อุทยานฯ มีบ้านพักบริการ 2 หลัง ราคา 800-1,000 บาท มีเต็นท์ให้เช่าราคาหลังละ 250-500 บาท/คืน นักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์ไปเอง เสียค่าพื้นที่กางเต็นท์ คนละ 30 บาท และค่าพักแรมคนละ 20 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาสก หมู่ที่ 6 ตำบลคลองสก อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี โทร. 0 7739 5139, 0 7729 9318-9, 0 7729 9150-1 และใกล้ที่ทำการอุทยานฯ มีที่พักของเอกชนบริการหลายแห่ง บางแห่งเป็นบ้านบนต้นไม้ ซึ่งเป็นอีกบรรยากาศของที่พักที่นักท่องเที่ยวจะสามารถสัมผัสได้ การเดินทาง จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้เส้นทางสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า (ทางหลวงหมายเลข 401) ถึงกิโลเมตรที่ 109 มีแยกขวาไปอีก 1.5 กิโลเมตร ถึงบริเวณที่ทำการอุทยานฯ หรือจากสถานีรถไฟ อำเภอพุนพิน สุราษฎร์ธานี มีรถประจำทางสายพุนพิน-ภูเก็ตลงรถบริเวณกิโลเมตรที่ 109 แล้วต่อรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้าสู่ที่ทำการอุทยานฯ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้เตรียมอาหารหรือเสบียงในการพักค้างแรมที่อุทยา นฯ สามารถจะหาซื้อของใช้ได้ที่บริเวณบ้านตาขุน ซึ่งเป็นชุมชนที่มีร้านค้าหลายแห่งก่อนเดินทางไปอุทยานฯได้
-
Mr.WhereThai
เขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน)
อยู่ในบริเวณเดียวกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หมู่ที่ 3 ตำบลเขาพัง ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี 90 กิโลเมตร เป็นเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียวอเนกประสงค์ สูง 95 เมตร ยาว 700 เมตร บริเวณเขื่อนและอ่างเก็บน้ำร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ และสวนสวยงาม ภูเขาหินปูนที่อยู่ในเขื่อนมีรูปร่างต่าง ๆ แปลกตาสวยงามตามธรรมชาติ ท่ามกลางผืนน้ำสีเขียวที่ดูอบอุ่นเย็นสบายเหมาะจะมาเที่ยวพักผ่อน ในบริเวณเขื่อนรัชชประภาจะมีที่พักของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาสกไว้บร ิการนักท่องเที่ยว ได้แก่ หน่วยอุทยาน ขส.2 มีบ้านพัก 2 หลัง พักได้ 30 คน แพพักที่หน่วยฯ นางไพร มี 6 หลัง พักได้ 50 คน แพพักที่หน่วยฯ โตนเตย มี 7 หลัง พักได้ 10-18 คน แพพักที่หน่วยฯ ไกรสร มี 10 หลัง ราคาที่พักรวมค่าอาหารคนละ 500 บาท โดยขึ้นเรือที่ท่าริมแก่ง ค่าเช่าเรือหางยาวสำหรับเดินทางไปยังแพต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับระยะทางใกล้ไกล แพนางไพร ราคา 1,200 บาท แพโตนเตยและแพไกรสรราคา 1,700 บาท ผู้ที่ประสงค์จะไปพักควรติดต่อที่พักล่วงหน้า โทร. 0 7729 9318-9นอกจากนั้นแพต่าง ๆ ยังมีกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น ที่หน่วยพิทักษ์นางไพร โดนเตย และไกรสร มีเรือแคนูให้เช่า ราคา 200 บาท/วัน โดยเฉพาะที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ขส. 4 (โตนเตย) จะมีถ้ำให้นักท่องเที่ยวได้ผจญภัยตื่นเต้น คือ ถ้ำน้ำทะลุ ซึ่งอยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ 6 กิโลเมตร โดยทางเท้า เป็นถ้ำใหญ่ที่มีธารน้ำไหล มีหินงอกหินย้อยที่งดงาม การเดินเที่ยวถ้ำค่อนข้างลำบากจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางสำหรับการไฟฟ้าฝ ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ก็มีที่พักและกิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจบริการนักท่องเที่ยว เช่น สนามกอล์ฟมาตรฐาน 8 หลุม นั่งเรือชมบรรยากาศของทะเลสาบเหนือเขื่อน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 7724 0740-5 สำหรับบ้านพักมีบริการนักท่องเที่ยว จำนวน 111 ห้อง ราคา 200-500 บาท/คืน สอบถามรายละเอียด โทร. 0 7724 0740-5 ต่อ 5008 ในวันและเวลาราชการ
-
Mr.WhereThai
สถานีพัฒนาและส่งเสริมอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาท่าเพชร
ห่างจากตัวเมือง 6 กิโลเมตร ใช้เส้นทางสายสุราษฎร์ธานี-บ้านนาสาร จากถนนใหญ่มีทางแยกด้านซ้ายมือ สู่ที่ทำการอีก 1.5 กิโลเมตร สถานีพัฒนาฯ มีเนื้อที่ 2,906 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเล 210 เมตร ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ. 2508 โดยใช้ชื่อวนอุทยานเขาท่าเพชร ต่อมากองอนุรักษ์สัตว์ป่าได้ประกาศจัดตั้งเป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่า เมื่อ พ.ศ. 2519 ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาท่าเพชร ภายในสถานีพัฒนาฯ เป็นป่าแบบป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ มีไม้ตะเคียนทราย ไม้คอแลน กระบก หวายแดง รอบบริเวณร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่มากมาย และยังสามารถพบสัตว์ที่อาศัยอยู่ในสถานี อาทิ กระจง หมูป่า นกปรอด นกกระจิบกินปลี นกกระจิบเล็ก บนยอดเขาสามารถชมทิวทัศน์รอบตัวเมืองสุราษฎร์ได้โดยรอบ และเป็นที่ตั้งของ พระธาตุศรีสุราษฎร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2500 นับเป็นปูชนียสถานองค์แรกของชาวบ้านดอน ต่อมาพระธาตุชำรุดมีรอยร้าวที่ฐาน พระธาตุจึงถูกรื้อแล้วสร้างขึ้นใหม่เป็นทรงสูงเรียวลักษณะคล้ายลำเทียน นับว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ภายในสถานีพัฒนาฯ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ 800 เมตร มีป้ายสื่อความหมาย สามารถเดินศึกษาธรรมชาติด้วยตนเอง นอกจากนั้นยังมีที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว แต่ต้องนำเต็นท์มาเอง โดยทำหนังสือถึงหัวหน้าสถานีพัฒนาและส่งเสริมอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาท่าเพชร ตู้ ป.ณ. 29 อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000 ฟังเสียงบรรยาย ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาท่าเพชร
-
Mr.WhereThai
น้ำตกวิภาวดี
อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 38 กิโลเมตร ริมทางหลวงหมายเลข 401 บริเวณกิโลเมตรที่ 60-61 ก่อนถึงทางแยกเลี้ยวเข้าอำเภอดอนสัก น้ำตกวิภาวดีเป็นน้ำตกขนาดกลาง มีประชาชนนิยมเดินทางมาพักผ่อนกันมากในวันหยุด บริเวณน้ำตกมีเรือพายให้เช่า ชั่วโมงละ 40 บาท และมีร้านอาหารบริการ การเดินทาง จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี มีรถโดยสารประจำทางผ่าน 2 เส้นทาง คือ สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี-ดอนสัก
-
Mr.WhereThai
ปากน้ำตาปี ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลบางกุ้ง ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีประมาณ 7 กิโลเมตร ตามเส้นทางสุราษฎร์ธานี-ปากน้ำ การเดินทางจากตัวเมืองมีคิวรถตุ๊กตุ๊ก อยู่เยื้องกับห้างจุฬาสรรพสินค้า ถนนบ้านดอน ปากน้ำตาปีมีร้านจำหน่ายของทะเล ร้านอาหารทะเลอยู่หลายร้าน สามารถรับประทานพร้อมชมทิวทัศน์บรรยากาศธรรมชาติของทะเลอ่าวบ้านดอนได้ด้วย
-
Mr.WhereThai
วัดเขาสุวรรณประดิษฐ์ อยู่ห่างจากชุมชนอำเภอดอนสัก 1 กิโลเมตร ตามเส้นทางสุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช (ทางหลวงหมายเลข 401) พระครูสุวรรณประดิษฐ์การ หรือหลวงพ่อจ้อย เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งภาคใต้เป็นผู้บุกเบิกสร้างขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 และมรณภาพเมื่อปี พ.ศ. 2536 แต่ยังคงอยู่ในโลงแก้วภายในอุโบสถ บนยอดเขายังเป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งได้มาจากวัดพระเกียรติ อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ รถสามารถขึ้นถึงบนยอดเขาได้
-
Mr.WhereThai
พิพิธภัณฑ์ปลาหิน เกิดจากแรงบันดาลใจของนายกิตติ สินอุดม อดีตไต้ก๋งเรือ ที่นำก้อนหินมาแกะสลักเป็นปลาชนิดต่าง ๆ และจัดอย่างเป็นหมวดหมู่ตามลักษณะของท้องทะเล ภายในพิพิธภัณฑ์ยังจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางทะเลจากกลุ่มแม่บ้านบางน้ำจืด การเดินทาง ใช้เส้นทางหมายเลข 401 (สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช) ผ่านอำเภอกาญจดิษฐ์ ถึงสามแยกบ้านในให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 4942 (บ้านใน-ท่าเรือเฟอร์รี่) ผ่านที่ทำการอำเภอดอนสัก ไปตามเส้นทางไปยังท่าเรือเฟอรร์รี่ เวลาเปิด-ปิด: พิพิธภัณฑ์ปลาหินตั้งอยู่ด้านซ้ายมือ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 07.00-18.00 น. อัตราค่าเข้าชม: คนละ 20 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 7737 1197
-
Mr.WhereThai
ท่าเรือเฟอร์รี่
อยู่บริเวณแหลมกุลา หมู่ที่ 10 ตำบลดอนสัก ห่างจากที่ว่าการอำเภอ ประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นท่าเรือข้ามฟากขนาดใหญ่ สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปเกาะสมุย โดยนำรถยนต์ข้ามไป หรือนั่งโดยสารเพียงอย่างเดียวก็ได้ สอบถามข้อมูลได้ที่ ราชาเฟอร์รี่ โทร. 0 7737 1151, 0 7737 1206
-
Mr.WhereThai
สวนโมกขพลาราม อยู่บริเวณเขาพุทธทอง ริมทางหลวงหมายเลข 41 บริเวณกิโลเมตรที่ 134 เดิมชื่อวัดธารน้ำไหล มีท่านพุทธทาสภิกขุเป็นผู้ริเริ่มสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2502 เพื่อเป็นสถานที่แสวงหาความสงบและศึกษาธรรม มีโรงมหรสพทางวิญญาณ ซึ่งประกอบด้วยภาพศิลป์ บทกวี คติธรรมคำสอนในพุทธศาสนานิกายต่าง ๆ ภาพพุทธประวัติ ภาพจำลองจากภาพหินสลัก เรื่องพุทธประวัติในอินเดีย รอบบริเวณร่มรื่นเหมาะสำหรับเป็นที่ฝึกอบรมจิตใจและศึกษาพุทธศาสนา มีการสอนฝึกสมาธิแก่ชาวต่างประเทศ ทุกวันที่ 1-10 ของทุกเดือน และสำหรับคนไทย ทุกวันที่ 20–27 ของทุกเดือน ตั้งแต่เวลา 8.30–17.00 น. ติดต่อรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 7743 1552, 0 7743 1597 หรือ http://www.suanmokkh.org และใกล้ ๆ กับสวนโมกขพลารามมี สวนรุกขชาติเขาพุทธทอง เป็นสถานที่รวบรวมพันธุ์ไม้ต่างๆ ที่มีค่าไว้มาก ฟังเสียงบรรยาย สวนโมกขพลาราม








